หน้าแรก ต่างประเทศ อยู่ได้แค่ 4 ...

อยู่ได้แค่ 4 เดือน! นายกฯมองโกเลีย ยอมไขก๊อก หลังพ่ายโหวตไม่ไว้วางใจ

17.10.25 | 15:50 น.
แฟ้มภาพ นายกอมโบจาฟ ซันดันชาตาร์ นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย จับมือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ขณะพบปะกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด นายกรัฐมนตรีซันดันชาตาร์ ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังสูญเสียความสนับสนุนจากรัฐสภา (รอยเตอร์)

อยู่ได้แค่ 4 เดือน! นายกฯมองโกเลีย ยอมไขก๊อก หลังพ่ายโหวตไม่ไว้วางใจ

การเมืองมองโกเลียเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม สำนักข่าวซินหัว ของจีนรายงานว่า นายกอมโบจาฟ ซันดันชาตาร์ นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย วัย 55 ปี ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากเพิ่งขึ้นรับตำแหน่งเมื่อ 4 เดือนก่อน

การลาออกมีขึ้นหลังจากนายซันดันชาตาร์ถูกสมาชิกรัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 71 ต่อ 40 เสียง จากสมาชิกรัฐสภาที่มีทั้งสิ้น 111 เสียง โดยการโหวตไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ส.ส.มากกว่า 50 คน รวมตัวกันยื่นญัตติให้ปลดนายซันดันชาตาร์พ้นตำแหน่ง โดยอ้างถึงการละเมิดรัฐธรรมนูญและความกังวลเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของเขา หลังมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์

โดยบรรดาส.ส.ชี้ว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีของนายซันดันชาตาร์นั้นดำเนินไปโดยฝ่ายเดียว โดยไม่ปรึกษาหารือกับรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดและเป็นการบ่อนทำลายหลักการของการแบ่งแยกอำนาจรัฐ

คาดว่า ประธานาธิบดีอุคนา คูเรลซุคของมองโกเลีย จะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากรัฐสภา

Advertisement

ทั้งนี้นายซันดันชาตาร์ เป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและประธานรัฐสภา ได้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของมองโกเลียเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีลุฟซันนัมสไร โอยุน-เออร์เดเน ลาออกหลังเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตและการประท้วงขับไล่บนท้องถนน

ขณะที่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การเมืองมองโกเลียต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้นของประชาชนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอ ซึ่งการปลดนายกรัฐมนตรี 2 คนภายในไม่กี่เดือน จะยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนในความต่อเนื่องของนโยบายและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศมองโกเลียที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรแห่งนี้

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของมองโกเลียในปี 2568 ลงเหลือ 5.9% จากประมาณการในเดือนเมษายนที่ 6.3% โดยอ้างถึงราคาถ่านหินที่ลดลง ความไม่แน่นอนของการค้าโลก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูงและค่าจ้างที่ทรงตัว ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของมองโกเลีย(จีดีพี)เติบโต 4.9% ในปี 2567