หน้าแรก ต่างประเทศ ผลประชุม JBC ...

ผลประชุม JBC ไทย-กัมพูชา เคาะสำรวจหลักเขตแดนใหม่ที่ชำรุด ปรับถือครองที่ดิน หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

23.10.25 | 07:44 น.

ประชุม JBC มารธอน จบช้ากว่ากำหนดถึง 6 ชั่วโมง มีการปรับแก้ถ้อยคำในบันทึกการประชุม เพื่อให้สอดคล้อง กับความต้องการของแต่ละประเทศ ที่ประชุมเห็นพ้องสำรวจ หลักเขตแดนใหม่ที่ชำรุดเสียหาย 15 หลัก เร่งแก้ไขทีโออาร์ 2003 พร้อมปรับการถือครองที่ดิน บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ทูตประศาสน์ เผย ต้องเร่งสำรวจพื้นที่ ก่อนกำหนดหลักเขตแดน ขออุบรายละเอียด รอส่งให้ ครม. พิจารณาก่อน คาด ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์ จะแล้วเสร็จ พร้อมระบุ ไม่ได้คุยเรื่องสร้างรั้ว เพราะ นาย ฬำเจีย อ้างไม่มีอำนาจ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เอกอัครราชทูตประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย และนายฬำ เจีย รัฐมนตรีรับผิดชอบกิจการชายแดนและหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา ประธานฯ ร่วมฝ่ายกัมพูชา เป็นประธานฯ ร่วมในพิธีปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) สมัยวิสามัญ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดจันทบุรี

ต่อมา เวลา 00.15 น. วันที่ 23 ต.ค.68 การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ จัดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม 2568 จบลงอย่างเป็นทางการ โดยฝ่ายไทยนำโดย นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศด้านเขตแดน เป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (ฝ่ายไทย) และฝ่ายกัมพูชานำโดย นายฬำ เจีย รัฐมนตรีรับผิดชอบสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา เป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (ฝ่ายกัมพูชา)

จากนั้น ในเวลา 00.50 น. นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBCฝ่ายไทย พร้อมด้วย นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุม

Advertisement

นายเบญจมินทร์ เปิดเผยว่า การประชุมจบลง ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. แต่เนื่องจากมีการปรับถ้อยคำในบันทึกการประชุมจึงใช้เวลาอยู่นานเพื่อให้เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนบรรยากาศ การหารือเป็นไป อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีการเผยแพร่และแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ของการประชุม JBC ซึ่งถือว่าเป็นความพยายามของไทยในการลดปัญหาความตึงเครียดตามแนวชายแดน และป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากประเด็นในการเจรจาที่ละเอียดอ่อนกว่านี้รวมทั้งรักษาผลวัตร ที่ดีของการประชุมนำไปสู่การลดความตึงเครียดและแก้ไขปัญหาอย่างแน่นแฟ้นในอนาคต

ขณะที่ นายประศาสน์เปิดเผยว่า การประชุมเป็นไปภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพและฉันท์มิตร ทั้ง 2 ฝ่ายได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม (Joint Technical Sub-Commission: JTSC) ดำเนินการสร้างหลักเขตแดนใหม่เพื่อทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่ชำรุดหรือสูญหาย จำนวน 15 หลัก และเห็นตรงกันแล้ว ให้กลับคืนสู่ที่ตั้งและตำแหน่งเดิม

ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะจัดทำหลักเขตแดนเพื่อเปลี่ยนหรือทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่จมน้ำ จำนวน 3 หลัก โดยจะกำหนดตำแหน่งที่ตั้งใหม่ร่วมกันในภายหลัง

อีกทั้งยัง เห็นพ้องให้เร่งรัดการแก้ไข Terms of Reference 2003 (TOR 2003) เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่าย (Orthophoto Maps) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น Light Detection and Ranging (LiDAR) มาใช้ในการทำแผนที่ภาพถ่าย เพื่อให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ส่วนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 47 บริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับคำแนะนำทางเทคนิค ในการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวในพื้นที่ภูมิประเทศที่มีความเร่งด่วนในบริเวณหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 47 และเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายดำเนินการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวเสร็จสิ้นแล้ว จะนำผลการสำรวจดังกล่าวเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอความเห็นชอบ เพื่อกำหนดกลไกที่เหมาะสมสำหรับการปรับการถือครองที่ดินของทั้ง 2 ฝ่ายต่อไปโดยการวางหมุดชั่วคราวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจเท่านั้นและจะไม่กระทบต่อสิทธิของไทยและกัมพูชาในเรื่องเขตแดนทางบกตามกฎหมายระหว่างประเทศ และทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงที่จะกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน รับประกันความปลอดภัยให้กับชุดสำรวจทุ่นระเบิด ตามข้อ 3 ของ MOU 2543 และเพื่อให้ชุดสำรวจสามารถปฏิบัติงานได้โดยปราศจากการขัดขวางและการยั่วยุที่อาจส่งผลให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว

และท้ายที่สุด ที่ประชุมยังเห็นตรงกันที่จะจัดการประชุม JBC ครั้งต่อไป ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

นายประศาสน์เปิดเผยด้วยว่า ช่วงต้นของการเปิดประชุมตนเองได้เสนอต่อที่ประชุมว่าฝ่ายไทยมีแนวคิดที่จะสร้างรั้วชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อป้องกันจากกระทบกระทั่งระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย การหลบหนีเข้าเมือง และการขนถ่ายยาเสพติด โดย นายฬำเจีย ระบุว่า ตนเอง และคณะไม่มีอำนาจในการหารือ เรื่องการสร้างรั้ว จึงได้นำออกจากระเบียบวาระการประชุมในครั้งนี้

ส่วนการแก้ไขปัญหาบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ได้มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำ จากการย้ายออกจากพื้นที่ เป็น ปรับการครอบครองที่ดิน โดยกรอบการทำงาน อยู่ในรายละเอียดที่จะดำเนินการก่อนที่จะเสนอต่อรัฐบาล เพื่อกำหนดตัวบุคคลในการพูดคุย และกำหนดแผนดำเนินการ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้สำรวจพื้นที่ให้เสร็จก่อน ยอมรับว่า อาจต้องใช้เวลา เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมานาน

นายประศาสน์ ย้ำว่ารายละเอียดในการพูดคุยกันในครั้งนี้ ไม่สามารถชี้แจงได้ แต่ต้องสำรวจพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อน ยืนยันจะพยายามเร่งทำเต็มที่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์

การประชุม และ การแถลงข่าวจบลงอย่างเป็ทางการ ในเวลา 01.00 น.