หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์ชี้ คุย...

ทรัมป์ชี้ คุยปูตินไม่คืบ ลุยคว่ำบาตร 2 บริษัทน้ำมันรัสเซีย บีบถกสันติภาพยูเครน

23.10.25 | 11:38 น.
REUTERS

ทรัมป์ชี้ คุยปูตินไม่คืบ ลุยคว่ำบาตร 2 บริษัทน้ำมันรัสเซีย บีบถกสันติภาพยูเครน

สหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ โดยพุ่งเป้าไปที่สองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัสเซีย คือ รอสเนฟต์และลูคอยล์ เพื่อกดดันให้มอสโกเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพในสงครามยูเครน

“ทุกครั้งที่ผมคุยกับวลาดิมีร์ ปูติน การสนทนาก็เป็นไปด้วยดี แต่สุดท้ายก็ไม่ไปไหนเลย มันไม่คืบหน้าเลยจริงๆ” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว หลังการพบหารือกับ มาร์ก รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งเดินทางมาหารือกับทรัมป์ที่กรุงวอชิงตัน เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพยูเครน

การประกาศคว่ำบาตรของสหรัฐครั้งนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่า การพบกับปูตินที่วางแผนในกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี จะถูกระงับไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด

เช้าวันพุธก่อนหน้าที่สหรัฐจะประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อยูเครนอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กหลายราย

Advertisement

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้มีความจำเป็น เนื่องจากปูตินปฏิเสธที่จะยุติสงครามอันไร้เหตุผลนี้ และบริษัทน้ำมันเหล่านี้คือแหล่งทุนที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย และตอนนี้ถึงเวลาหยุดการเข่นฆ่าและหยุดยิงทันที

ทรัมป์กล่าวขณะอยู่กับกับรุตเตอร์ในห้องทำงานรูปไข่ ที่ทำเนียบขาว วิจารณ์ว่าปูตินไม่จริงจังกับการสร้างสันติภาพ พร้อมแสดงความหวังว่ามาตรการคว่ำบาตรจะช่วยผลักดันให้เกิดความคืบหน้า “ผมแค่รู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว เรารอมานานมากแล้ว”

ทรัมป์บอกว่ามาตรการคว่ำบาตรชุดนี้ว่าทรงพลังอย่างยิ่ง และเขาหวังว่าสหรัฐจะสามารถยกเลิกมาตรการเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว หากรัสเซียยอมยุติสงคราม

ขณะที่รุตเตอร์กล่าวชื่นชมการตัดสินใจของทรัมป์ โดยบอกว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อปูตินเพิ่มขึ้น “คุณต้องกดดันเขา และนั่นคือสิ่งที่ทรัมป์ทำในวันนี้”

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ความแตกต่างระหว่างข้อเสนอของสหรัฐและรัสเซียในการทำสันติภาพเริ่มชัดเจนขึ้นในสัปดาห์นี้ ทรัมป์ระบุว่าประเด็นขัดแย้งสำคัญคือการที่รัสเซียปฏิเสธจะยุติการสู้รบตามแนวรบปัจจุบัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อังกฤษได้ประกาศคว่ำบาตรรอสเนฟต์และลูคอยล์เช่นกัน โดยราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษกล่าวระหว่างประกาศมาตรการว่า ไม่มีที่สำหรับน้ำมันรัสเซียในตลาดโลก

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในลอนดอนตอบโต้ว่า การคว่ำบาตรที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทพลังงานรายใหญของรัสเซีย จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงทั่วโลก และทำให้ต้นทุนพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ทั้งยังส่งผลเสียต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจน แรงกดดันเช่นนี้จะยิ่งทำให้การเจรจาสันติภาพซับซ้อนและนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

บริษัทน้ำมันรัสเซียทั้งสองแห่งส่งออกน้ำมันรวมกัน 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ น้ำมันและก๊าซเป็นสินค้าส่งออกหลักของรัสเซีย โดยลูกค้ารายใหญ่ที่สุดได้แก่ จีน อินเดีย และตุรกี ทรัมป์ยังได้เรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้ยุติการซื้อน้ำมันรัสเซีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียด้วย

นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์บน X ว่า เธอได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับเบสเซนต์ในวันพุธ เกี่ยวกับการขาดความจริงใจต่อกระบวนการสันติภาพของรัสเซีย พร้อมกล่าวชื่นชมมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหภาพยุโรปที่ได้รับการอนุมัติในวันเดียวกัน ซึ่งรวมถึง การห้ามนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากรัสเซีย

“ด้วยการเตรียมรับรองมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 19 ของสหภาพยุโรปในเร็วๆ นี้ นี่ถือเป็นสัญญาณชัดเจนจากทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกว่า เราจะยังคงร่วมกันกดดันผู้รุกรานต่อไป” แดร์ ไลเอิน ระบุ

มาตรการของทรัมป์ยังได้รับเสียงชื่นชมจาก อีเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐในครั้งนี้

รายงานระบุว่า การประชุมเตรียมการระหว่างนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน โดยทำเนียบขาวระบุว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องจัดการประชุมอีกต่อไป หลังจากทั้งสองฝ่ายมีการพูดคุยที่สร้างสรรค์ทางโทรศัพท์

ทรัมป์ยังคงย้ำสนับสนุนข้อเสนอให้ตรึงการสู้รบไว้ในแนวรบปัจจุบัน ปล่อยให้มันจบลงแบบเดิม “ผมบอกว่า ให้หยุดที่แนวรบ กลับบ้าน หยุดสู้ หยุดฆ่าคนได้แล้ว”