หน้าแรก ต่างประเทศ สภาอิสราเอล เ...

สภาอิสราเอล เดินหน้ากฎหมายมุ่งผนวก ‘เวสต์แบงก์’ ICJ ชี้ยิวต้องเปิดทางยูเอ็นช่วยเหลือกาซา

23.10.25 | 12:03 น.
FILE PHOTO REUTERS

สภาอิสราเอล เดินหน้ากฎหมายมุ่งผนวก ‘เวสต์แบงก์’ ICJ ชี้ยิวต้องเปิดทางยูเอ็นช่วยเหลือกาซา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม รัฐสภาอิสราเอลได้ให้การอนุมัติร่างกฎหมายของอิสราเอลในเบื้องต้นในการผนวกเขตเวสต์แบงก์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล แม้ว่าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะประกาศว่าจะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์

ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องได้รับการผ่านในสภา 4 ครั้งจึงจะมีผลบังคับใช้ และการโหวตดังกล่าวเป็นเพียงการโหวตครั้งแรกเท่านั้น แต่เป็นช่วงเดียวกับที่นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างเดินทางเยือนอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม พรรคลิคุดของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูไม่ได้ลงคะแนนสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติจากนอกกลุ่มแนวร่วมรัฐบาล ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับที่เสนอให้ผนวกพื้นที่มาอาเล อาดูมิมในเขตเวสต์แบงก์ได้รับการผ่านในสภาเช่นกัน

สมาชิกพรรคแนวร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเรียกร้องมาตลอดหลายปีให้อิสราเอลผนวกพื้นที่บางส่วนของเขตเวสต์แบงก์อย่างเป็นทางการ โดยอิสราเอลโต้แย้งว่าพื้นที่ของเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลเข้าควบคุมในสงครามปี 1967 ไม่ถือว่าเป็นการยึดครองตามกฎหมายเพราะเป็นพื้นที่พิพาท แต่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประชาคมโลกส่วนใหญ่มองว่าการควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์นั้นเข้าข่ายเป็นการยึดครอง ขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินในปี 2024 ให้การยึดครองและตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ รวมถึงเขตเวสต์แบงก์ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและควรรื้อถอนโดยเร็วที่สุด

Advertisement

รัฐบาลอิสราเอลของเนทันยาฮูมีการพิจารณาถึงการผนวกดินแดนปาเลสไตน์ เพื่อเป็นการตอบโต้พันธมิตรชาติตะวันตกหลายประเทศที่หันมาให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่อิสราเอลพักเรื่องดังกล่าวออกไปหลังทรัมป์ออกมาคัดค้านแนวคิดนี้

ด้านกระทรวงต่างประเทศปาเลสไตน์บอกว่าอิสราเอลไม่มีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนปาเลสไตน์ และประณามการโหวตสนับสนุนร่างกฎหมายผนวกเขตเวสต์แบงก์ในรัฐสภาอิสราเอล

นอกจากนั้นในวันเดียวกัน ศาล ICJ ได้ออกคำแนะนำว่าอิสราเอลอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องดูแลพลเรือนในฉนวนกาซาให้ได้รับความต้องการขั้นพื้นฐาน คณะผู้พิพากษาทั้ง 11 คนจึงระบุเพิ่มเติมให้อิสราเอลต้องช่วยเหลือความพยายามบรรเทาทุกข์ที่ยูเอ็นและหน่วยงานอื่นๆ ของยูเอ็นจัดหาให้ฉนวนกาซา ซึ่งในนี้รวมถึงสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA)

ทั้งนี้ คำแนะนำของ ICJ มีน้ำหนักทางกฎหมายและการเมือง แต่ไม่มีผลผูกพันและทาง ICJ ไม่มีอำนาจในการบังคับให้ประเทศนั้นๆ ต้องทำตาม