ตำรวจเขมรรวบชาวเกาหลีใต้ 57 คน ชี้พันหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา
ตำรวจกัมพูชาระบุเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ว่า ได้จับกุมชาวเกาหลีใต้ 57 คน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศกัมพูชา โดยการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างที่ตำรวจบุกตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งชานกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา
ระหว่างการบุกตรวจค้น คณะผู้แทนจากสมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ที่นำโดยคิม ซอกกี ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเดินทางเยือนกัมพูชาได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพื่อเข้าร่วมการตรวจสอบตามรายงานที่ระบุว่า มีการหลอกลวงเรื่องการจ้างงาน การกักขังโดยผิดกฎหมาย และการทรมานชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา คณะผู้แทนดังกล่าวถือเป็นคณะผู้แทนชุดที่สองจากเกาหลีใต้ที่เดินทางมายังกัมพูชา หลังจาการเยือนของคิม จีนา รองรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อสัปดาห์ก่อน
แถลงการณ์ของสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ของกัมพูชาระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีคนทำงานอยู่ในอาคารดังกล่าวรวม 86 คน แบ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ 57 คน และชาวจีน 29 คน โดยตำรวจได้ยึดแล็ปท็อปจำนวน 126 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่องจากสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งมอบเอกสารหลักฐานให้กับคณะผู้แทนรัฐสภาเกาหลีใต้ โดยระบุว่าชาวเกาหลีใต้ที่ทำงานในศูนย์หลอกลวงแห่งนี้ทำงานโดยสมัครใจ ไม่ได้ถูกข่มขู่หรือบังคับแต่อย่างใด
เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม กัมพูชาได้ส่งตัวชาวเกาหลีใต้ประมาณ 50 คนกลับประเทศ หลังถูกจับกุมในข้อหาเข้าร่วมขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ผู้ถูกส่งตัวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชาวเกาหลีใต้ 64 คนที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยพวกเขาถูกส่งกลับโดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเมื่อวันเสาร์ เมื่อเดินทางถึงเกาหลีใต้ พวกเขาถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนว่าได้สมัครใจทำงานให้กับขบวนการหลอกลวงเหล่านี้ หรือถูกบังคับให้ทำงาน
การส่งตัวกลับดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของนักศึกษาเกาหลีใต้รายหนึ่ง ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา เหตุการณ์นี้ได้สร้างความไม่พอใจในสังคมเกาหลีใต้ และเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลส่งคณะผู้แทนมายังกัมพูชาเพื่อหารือความร่วมมือในการจัดการปัญหานี้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติของเกาหลีใต้ระบุเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ว่า ศาลท้องถิ่นได้ออกหมายจับชาวเกาหลีใต้ 49 คนจากทั้งหมด 64 คนที่ถูกส่งตัวกลับประเทศ และศาลจะอนุมัติการจับกุมเพิ่มเติมอีก 10 คน ตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัย 59 คนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมฉ้อโกงออนไลน์ เช่น การหลอกลวงให้รัก การหลอกลงทุนปลอม หรือการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่มีเป้าหมายเป็นชาวเกาหลีใต้ในประเทศของตนเอง

