หน้าแรก ต่างประเทศ ฮุน มาเนต โพส...

ฮุน มาเนต โพสต์แจง หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทย ย้ำ ไม่มีการแอบยกดินแดนให้ไทย เพื่อแลกหยุดยิง

23.10.25 | 19:17 น.

ฮุน มาเนต โพสต์แจง หลังยอมรับ 4 เงื่อนไขไทย ย้ำ ไม่มีการแอบยกดินแดนให้ไทย เพื่อแลกหยุดยิง

หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2/2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า

ผมขอเรียนให้พี่น้องทราบโดยสังเขปเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่บ้านโชคชัย และบ้านเปรยจัน เนื่องจากสถานการณ์ได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างชัดเจนกว่าครั้งก่อน โดยที่ทั้งสองฝ่ายสามารถนำหลักการทางเทคนิคและกฎหมายมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี

ปัญหาที่้เกิดขึ้นที่บ้านโชคชัยและบ้านเปรยจัน ซึ่งเริ่มจากการใช้ลวดหนามและยางรถยนต์ของทหารไทยมาล้อมรอบบ้านเรือน และพื้นที่ทำกินบางส่วนของประชาชนในพื้นที่นั้น ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความยากลำบากให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงประชาชนอื่นๆที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทั้งสอง ปัญหานี้ยังสร้างความตึงเครียดทางอารมณ์ให้กับพี่น้องชาวเขมรทั้งในและนอกประเทศที่ติดตามเรื่องนี้

เป้าหมายของรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น คือ การควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้ลุกลามบานปลาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้นและร้ายแรงขึ้น รวมถึงการหาวิธีทุกทางเพื่อแก้ไขปัญหา ณ จุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลได้ยึดมั่นในแนวทางที่เน้นความอดทน และการใช้สันติวิธีในการแสวงหาทางออก เพราะการใช้ความรุนแรงใดๆ ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถหาทางออกได้เท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้ง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น และร้ายแรงขึ้น รวมถึงสร้างความยากลำบากในการหาทางออกเพื่อยุติปัญหาโดยเร็ว

Advertisement

ฮุน มาเนต ระบุด้วยว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เนื่องจากวิธีการที่เยือกเย็นที่รัฐบาลได้ยึดถือมาในอดีต บางครั้งอาจไม่ได้รับผลลัพธ์ที่เราต้องการในทันที ในขณะที่การแสวงหาทางออก ดูเหมือนจะไม่มีผล และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจทำให้พี่น้องบางส่วนรู้สึกสิ้นหวัง และคิดว่า จะไม่มีทางแก้ไขใดๆเลย

นอกจากนี้ การกระทำบางอย่างของฝ่ายไทย เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การแบ่งสรรที่ดินให้คนไทย หรือการทำลายอาคารในบริเวณที่ทหารไทยล้อมไว้แล้ว ทำให้ประชาชนยิ่งรู้สึกว่า อาจจะไม่มีทางแก้ไข และบางคนถึงกับเข้าใจผิดว่ารัฐบาลกัมพูชาได้แอบตกลงยกดินแดนเขมรให้กับผู้อื่นเพื่อแลกกับการหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ

ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีการแอบตกลงยกดินแดนใดๆที่อยู่ในอำนาจอธิปไตยตามกฎหมายของกัมพูชาให้แก่ประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับการเจรจาหยุดยิง หรือการเจรจาสันติภาพ กัมพูชาจะไม่ละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน แต่กัมพูชาก็จะไม่ยอมให้มีการละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาเช่นกัน

ปัญหาชายแดนเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ซึ่งตกทอดมาหลายร้อยปีแล้ว ที่เราต้องร่วมกันแก้ไข เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันตามแนวชายแดนได้อย่างสงบสุขในระยะยาว แต่การแก้ไขใดๆที่สามารถยอมรับได้ จะต้องตั้งอยู่บนหลักการของความโปร่งใส มีความเห็นชอบร่วมกัน โดยไม่มีการบังคับระหว่างสองฝ่าย และโดยการใช้กลไกที่ตกลงร่วมกัน รวมถึงอิงกับสนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ

ในความหมายนี้ งานด้านการวัดและปักปันเขตแดน อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการชายแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) ซึ่งต้องแก้ไขด้วยสันติวิธีตามสนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย JBC ได้ทำงานร่วมกันอย่างมีผลมานานกว่า 20 ปีแล้ว แม้ว่าจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดก็ตาม

ในการประชุม JBC ตลอดสองวันเต็ม (21-22 ตุลาคม) ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 23 ตุลาคม 2025 นี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เกี่ยวกับการหาทางออกอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามหลักการที่ตกลงร่วมกัน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความขัดแย้งที่บ้านโชคชัยและบ้านเปรยจัน ให้ยุติลง (ระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 47)

และเพื่อหาทางออกนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะดำเนินการต่อไปในลักษณะทางเทคนิค เพื่อกำหนดการวัดร่วมกันและ ปักหลักเขตชั่วคราว โดยใช้ แผนที่ 1 : 200,000, สนธิสัญญาปี 1907, และ บันทึกการปักหลักเขตของคณะกรรมการปักปันเขตแดนฝรั่งเศส-สยาม เป็นพื้นฐาน ผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปตรวจสอบกับ การครอบครองที่ดินจริงของประชาชนทั้งสองฝ่าย เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

ฮุน มาเนต ทิ้งท้ายว่า มีเพียงวิธีการนี้เท่านั้น ที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุทางออกที่ถูกต้องในระยะยาว และช่วยให้ปัญหาที่บ้านโชคชัยและบ้านเปรยจันสามารถยุติลงได้ และประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพตามปกติได้อีกครั้ง หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อเรื้อรังต่อไปในระยะยาว