‘ปูติน’เย้ย ขนหน้าแข้งไม่ร่วง หลังทรัมป์คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซีย บีบยุติสงครามยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียกล่าวว่าการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย 2 แห่งไปนั้นเป็นการกดดันรัสเซียให้ยุติสงครามกับยูเครน แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียมากนัก
ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐคว่ำบาตร รอสเนฟต์และลุคออยล์ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ล้มเลิกโอกาสในการพบหารือกับปูตินที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เพราะการประชุมดังกล่าวน่าจะไม่สามารถนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนได้ โดยบอกว่าการหารือกับปูตินเป็นไปด้วยดีแต่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลสืบเนื่องตามมาแต่อย่างใด
รอสเนฟต์และลุคออยล์ ผลิตน้ำมันคิดเป็นกว่า 5% ของปริมาณการผลิตน้ำมันโลก และการคว่ำบาตรของทรัมป์มีจุดมุ่งหมายเพื่อกดดันรัสเซียในด้านการเงินและบังคับให้รัสเซียยอมบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน การคว่ำบาตรดังกล่าวของทรัมป์ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้น 5% และทำให้บริษัทน้ำมันของรัฐบาลจีนระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซียในระยะสั้น ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในอินเดียมีแผนที่จะลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย ตามรายงานแหล่งข่าว
ปูตินกล่าวโจมตีการคว่ำบาตรของทรัมป์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบเศรษฐกิจรัสเซียมากนัก และรัสเซียยังคงมีความสำคัญต่อตลาดโลก ปูตินเตือนอีกว่าการลดปริมาณการผลิตน้ำมันจะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นและจะส่งผลเสียต่อประเทศอย่างสหรัฐเอง
“แน่นอนว่านี่เป็นความพยายามที่จะกดดันรัสเซีย แต่ไม่มีประเทศไหนหรือใครจะตัดสินใจอะไรภายใต้การกดดัน” ปูตินกล่าว ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ถูกถามถึงความเห็นของปูตินว่าการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนักนั้น ทรัมป์บอกว่าเป็นเรื่องดีที่ปูตินคิดเช่นนั้น แต่ตนจะบอกความคืบหน้าในเรื่องนี้อีกในประมาณ 6 เดือน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียกล่าวเตือนพันธมิตรของยูเครนที่กำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธพิสัยไกล้ให้แก่ยูเครน ว่ารัสเซียจะตอบโต้การโจมตีที่ลึกเข้ามาในดินแดนรัสเซียอย่างร้ายแรง
นอกจากสหรัฐแล้ว สหภาพยุโรปได้ประกาศการคว่ำบาตรรัสเซียเช่นกันในวันที่ 23 ตุลาคม โดยแบนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวของรัสเซียและคว่ำบาตรบริษัทต่างๆ เพิ่มเติม เช่น โรงกลั่นน้ำมันของจีนและธนาคารในเอเชียกลาง

