หน้าแรก ต่างประเทศ นิวยอร์กไทม์ส...

นิวยอร์กไทม์สชี้ กลุ่มหลอกลวงออนไลน์ตั้งฐานชายแดนไทย ไฟฟ้า-เน็ตเสถียร ใช้สนามบิน-ถนน นำคนร่วมขบวนการ

24.10.25 | 10:59 น.
REUTERS

นิวยอร์กไทม์สชี้ กลุ่มหลอกลวงออนไลน์ตั้งฐานชายแดนไทย ไฟฟ้า-เน็ตเสถียร ใช้สนามบิน-ถนน นำคนร่วมขบวนการ

นิวยอร์กไทม์ส สื่อดังของสหรัฐ ได้ออกรายงานวิเคราะห์ในหัวข้อ “ชาวอเมริกันสูญเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับกลโกงออนไลน์ได้อย่างไร?” ซึ่งเป็นงานเขียนของฟรานเชสกา เรกาลาโด เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการหลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ความว่า

สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ ได้ร่วมกันปราบปรามกลุ่มอาชญากรที่ดำเนินการฉ้อโกงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่งานที่ต้องทำนั้นยังมีอีกมาก

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ชาวอเมริกันสูญเงินไปมากกว่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5.44 แสนล้านบาท ให้กับอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ที่มีฐานใหญ่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีเป้าหมายเป็นเหยื่อทั่วโลก

ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้อาศัยแรงงานบังคับ และเติบโตแพร่หลายอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 จากการประเมินชี้ว่าพวกมันกวาดเงินไปไม่น้อยกว่า 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.09 ล้านล้านบาทต่อปี

Advertisement

หน่วยงานในหลายประเทศพยายามช่วยเหลือผู้คนที่ถูกลักพาตัวและกักขังให้ทำงานเป็นมิจฉาชีพ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเพิ่งจะใช้มาตรการคว่ำบาตรบริษัทสัญชาติกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการหลอกลวงรายใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมากในการดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้

ศูนย์หลอกลวงทำงานอย่างไร และเหตุใดจึงยากต่อการกวาดล้าง?

กลุ่มมิจฉาชีพจะเลือกเหยื่อโดยอาศัยการสร้างความไว้วางใจบนโซเชียลมีเดีย อาชญากรออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความชำนาญในการหลอกลวงที่เรียกว่า “การเชือดหมู” หรือ pig butchering ซึ่งเป็นกระบวนการที่มิจฉาชีพจะแสร้งสร้างความไว้วางใจกับเหยื่อเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก่อนจะชักชวนให้เหยื่อลงทุนในกองทุนคริปโตเคอร์เรนซีปลอม เหมือนคนเลี้ยงหมูที่ค่อยๆ ขุนหมูให้โตเพื่อนำไปเชือด

เหยื่อมักจะได้รับข้อความจากบุคคลที่แอบอ้างเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินผ่าน Facebook, WhatsApp หรือ Telegram จากนั้นมิจฉาชีพจะสั่งให้เหยื่อโอนเงินผ่านเว็บไซต์ที่แอบอ้างว่าแพลตฟอร์มการลงทุนที่ถูกกฎหมาย โดยมีรายงานว่า ในปี 2023 ประธานธนาคารขนาดเล็กแห่งหนึ่งในแคนซัสก็ตกเป็นเหยื่อ ทำให้สูญเสียเงินของธนาคารไปประมาณ 47 ล้านดอลลาร์ให้กับขบวนการเชือดหมูนี้

มิจฉาชีพยังใช้การหลอกลวงให้รัก โดยล่อลวงผู้ที่หย่าร้างหรือเพิ่งสูญเสียคู่ชีวิต ให้ส่งเงินจำนวนมากหลังจากคบหากันในเวลาสั้น ๆ บางครั้งก็ใช้วิธีโทรศัพท์หาเหยื่อโดยตรง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอข้อมูลบัญชี รหัสพิน และหมายเลขประกันสังคม

ผู้ควบคุมปฏิบัติการสามารถเลือกเหยื่อทั่วโลกได้ เพราะพวกเขาใช้กลุ่มมิจฉาชีพที่เป็นเจ้าของภาษา อินเตอร์โพลระบุว่า ชาวจีนเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ถูกแก๊งค้ามนุษย์ล่อลวงไปยังศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีชาวบราซิล อินเดีย ฟิลิปปินส์ และผู้คนบางส่วนของแอฟริกาและยุโรปตะวันออก

ศูนย์หลอกลวงต้องอาศัยแรงงานและไฟฟ้าที่มีอย่างต่อเนื่อง

แหล่งของการหลอกลวงขนาดใหญ่ที่เป็นฐานปฏิบัติการจำนวนมากตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งรัฐบาลกัมพูชา ลาว และเมียนมาตั้งขึ้น เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยพื้นที่เหล่านั้นส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย ทำให้คนร้ายสามารถเข้าถึงไฟฟ้าและเครือข่ายโทรคมนาคมของไทยได้ง่าย

ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการยังใช้สนามบินและถนนของไทยในการส่งเสบียงและลำเลียงแรงงาน ผู้ถูกหลอกจำนวนมากถูกล่อลวงให้มาที่ประเทศไทยเพราะคิดว่ามีงานบริการลูกค้าหรืองานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศรออยู่ แต่เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพ พวกเขาก็ถูกพาข้ามชายแดนไทยที่เปราะบางและไม่อาจตรวจตราได้ทั่วถึงของไทย ถูกพาตัวไปกักขังในคอมพาวนด์ และมักถูกทำร้ายร่างกายหรือทรมาน

พื้นที่ชายแดนเมียนมาเป็นจุดที่ศูนย์ลักษณะนี้เฟื่องฟูเป็นพิเศษ เพราะประเทศกำลังอยู่ในสงครามกลางเมือง ผู้เชี่ยวชาญอิสระระบุว่า กองทัพเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธให้การคุ้มครองธุรกิจเหล่านี้แลกกับผลประโยชน์ส่วนแบ่งรายได้ ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ ทั้งยังอ้างว่าพวกเขากำลังต่อต้านกลุ่มหลอกลวงเหล่านี้อย่างแข็งขัน

อาคารที่พักหลายชั้นเหล่านี้ตั้งอยู่ในเมืองฝั่งเมียนมาที่อยู่ติดแม่น้ำสายเล็กๆ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนกับไทย ใกล้จนกระทั่งคุณสามารถได้ยินเสียงเครื่องปั่นไฟจากฝั่งไทย ภายนอกอาคารดูเหมือนตึกสำนักงานและคอนโดมิเนียมทั่วไป

รัฐบาลหลายประเทศกำลังพยายามปราบปรามศูนย์หลอกลวง

หลายประเทศกำลังพยายามปราบปรามศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ โดยในปีนี้ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ ได้ส่งเครื่องบินไปรับคนหลายร้อยคนที่ถูกช่วยออกมาจากคอมพาวนด์ในเมียนมากลับประเทศ ศาลจีนได้ตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหา 11 คน ในข้อหาดำเนินการเครือข่ายการพนันและการหลอกลวงผิดกฎหมาย ขณะที่ไทยก็ได้ตัดการส่งไฟฟ้าและสัญญานเน็ตที่ส่งไปยังหนึ่งในแหล่งหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมียนมา

รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวในเดือนนี้ว่า ได้บุกตรวจค้นแหล่งหลอกลวงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และบริษัท SpaceX ก็เปิดเผยว่าได้ปิดการใช้งานอุปกรณ์ Starlink มากกว่า 2,500 เครื่อง ซึ่งถูกใช้เป็นโครงข่ายของการฉ้อโกงออนไลน์หลายแห่งในเมียนมาอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐ และสหราชอาณาจักรเพิ่งประกาศคว่ำบาตรบริษัทสัญชาติกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการศูนย์หลอกลวงรายใหญ่ เกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลต่อการที่พลเมืองของตนหายตัวไปยังศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยได้ลาออกหลังถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม เจสัน เทาเวอร์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากองค์กร Global Initiative Against Transnational Organized Crime ซึ่งมีฐานอยู่ที่เจนีวา ระบุว่า การดำเนินการเหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรของอุตสาหกรรมที่กอบโกยเงินได้กว่า 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีได้มากนัก

หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดก็คือ แม้ในช่วงที่ทางการจีนกำลังเปิดฉากการปราบปรามครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ การก่อสร้างศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเมียนมาก็ยังคงดำเนินต่อไป

เทาเวอร์กล่าวว่า การถอนรากถอนโคนอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีการประสานงานอย่างเข้มแข็ง เจ้าหน้าที่สอบสวนจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินและข้อมูลอื่น ๆ ที่ได้มาจากผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ให้มากขึ้น

แต่การติดตามเส้นทางการเงินก๋เป็นเรื่องยาก เพราะผลกำไรมักถูกฟอกผ่านอสังหาริมทรัพย์หรู และการซื้อ Bitcoin ที่มีการเข้ารหัส นอกจากนี้ ขบวนการเหล่านี้ยังหันไปสร้างฐานในประเทศต่างๆ ทั่วแอฟริกาและเอเชียใต้ ซึ่งอาชญากรรมจัดตั้งและการคอร์รัปชันได้ทำให้ระบบธรรมาภิบาลอ่อนแอลง

เทาเวอร์กล่าวว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนทำงานช้าเกินไป และศูนย์หลอกลวงที่เป็นเป้าหมายในการจัดการของพวกเขาก็ทำเงินได้มากเกินไป และตั้งขึ้นได้ง่ายเกินไป จนยากที่จะหยุดยั้งได้อย่างแท้จริง