หน้าแรก ต่างประเทศ ทูตจีน เปิดแผ...

ทูตจีน เปิดแผนพัฒนาประเทศฉบับ 15 ชมไทยปราบสแกมเมอร์ ประกาศเป็นกลาง ไทย-กัมพูชา

24.10.25 | 12:29 น.

‘จาง เจี้ยนเว่ย’ เอกอัครราชทูตจีน เปิดแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 15 ชมไทยปราบ ‘สแกมเมอร์’ พร้อมประกาศเป็นกลางไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อควรรู้” ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม โดยมีนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมี น.ส.น.รินี เรืองหนู นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะอนุกรรมการสมาคมฯ และผู้แทนสื่อมวลชนไทยและจีน เข้าร่วมกิจกรรม

นายจางกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14” ของจีน และปีหน้าจะเริ่มต้น “แผนฉบับที่ 15” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญนี้ จีนได้มีการจัดประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ชุดที่ 20 ระหว่างวันที่ 20–23 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ กรุงปักกิ่ง โดยที่ประชุมได้ผ่านมติ “ข้อเสนอของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15” โดยที่ประชุมมีข้อสรุปว่าแผนฉบับที่ 14 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แม้เป็นช่วงที่การพัฒนาของจีนอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง ต้องเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน และมีภารกิจการปฏิรูป แต่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยมีท่านสี จิ้นผิง เป็นแกนกลาง ทำให้จีนผ่านความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การเริ่มต้นเดินทางใหม่เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งศตวรรษที่สองอย่างมั่นคง

นายจางกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้กำหนดเป้าหมายหลักของ “แผนฉบับที่ 15” ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพสูงเห็นผลชัดเจน การยกระดับความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเพิ่มการปฏิรูปเชิงลึกให้บรรลุผลใหม่ๆ การยกระดับทางวัฒนธรรมและอารยธรรมในสังคม การปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาประเทศจีนที่สวยงามมีความก้าวหน้าที่สำคัญ และการสร้างเกราะป้องกันให้กับความมั่นคงของชาติมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจีนต้องต่อสู่บนพื้นฐานเหล่านี้ต่อไปอีก 5 ปี และเมื่อถึงปี 2035 จีนจะบรรลุความยิ่งใหญ่ ทั้งศักยภาพทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ความมั่นคง ความเข้มแข็งในภาพรวม และบทบาทในเวทีโลก รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนจีนจะเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาในระดับปานกลาง ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข และบรรลุความทันสมัยโดยทั่วไปตามแบบของระบอบสังคมนิยม

Advertisement

“แผน 5 ปีมีความสำคัญ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่จีนคิดค้นขึ้นเป็นประเทศแรก แต่การที่สามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องยาวนานและบรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่งนั้น ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลก ตั้งแต่ปี 1953 เป็นต้นมา จีนได้ดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาแล้ว 14 ฉบับ กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการชี้นำทิศทางการพัฒนาของประเทศ ผลักดันแนวปฏิบัติของการพัฒนาประเทศ และกำกับการพัฒนาของประเทศจีน” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันจีนกลายเป็นผู้นำโลกด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ในช่วง 4 ปีแรก สามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 5.5% ด้วยอัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงปีละ 4.7% ความเข้มข้นของการใช้พลังงานลดลงสะสมถึง 11.6% นับเป็นหนึ่งในประเทศที่ลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานได้รวดเร็วที่สุดในโลก ในปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าที่ประชาชนจีนใช้ทุกๆ 3 หน่วย จะมี 1 หน่วยเป็นพลังงานสีเขียว ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ใช้พลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในโลก

นายจางกล่าวอีกว่า การพัฒนาของเศรษฐกิจจีนจะเปิดกว้างและได้ประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้น จีนสนับสนุนและยึดมั่นในระบบพหุภาคีนิยมอย่างแท้จริง จึงส่งเสริม “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative-BRI) อย่างมีคุณภาพสูง และส่งมอบผลิตภัณฑ์สาธารณะและเวทีความร่วมมือที่สำคัญแก่ประชาคมระหว่างประเทศ จีนมุ่งมั่นที่จะขยายการเปิดกว้างในระดับสูงอย่างไม่ลดละ เพื่อสร้างโอกาสอย่างกว้างขวางให้กับการพัฒนาร่วมกันของทุกประเทศ

“เพื่อนทั้งหลาย จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เป็นมิตรประเทศที่ดี ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และเป็น 50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย ฝ่ายจีนพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้และพึ่งพาได้เสมอสำหรับฝ่ายไทย เพื่อร่วมกันผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทยให้ลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจีนชื่นชมฝ่ายไทยที่ใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปราบปรามการพนันออนไลน์และการหลอกลวงออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายควรเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย ความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาระเบียบการอยู่ร่วมกันของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค” นายจางกล่าว

นายจางกล่าวว่า ในประเด็นความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายจีนยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและเป็นธรรมมาโดยตลอด อีกทั้งพยายามช่วยไกล่เกลี่ยและผลักดันการเจรจา จีนสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจา และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาตาม “แนวทางของอาเซียน” ฝ่ายจีนยินดีใช้แนวทางของจีนส่งเสริมการเจรจาสันติภาพตามความประสงค์ของฝ่ายไทยและกัมพูชา เพื่อแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการปฏิบัติตามข้อตกลงการหยุดยิง และการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี