หน้าแรก ต่างประเทศ ‘นิกรเดช’ หวั...

‘นิกรเดช’ หวัง ผลลงนาม 4 ฝ่ายในอาเซียนซัมมิท ช่วยรับประกัน กัมพูชายึดมั่นข้อตกลงที่ทำไว้ 

24.10.25 | 13:14 น.

‘นิกรเดช’ หวัง ผลลงนาม 4 ฝ่ายในอาเซียนซัมมิท ช่วยรับประกัน กัมพูชายึดมั่นข้อตกลงที่ทำไว้ 


นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแถลงข่าว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการลงนามประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งจะมีสหรัฐและมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยานในวันที่ 26 ตุลาคมนี้

นายนิกรเดชกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีการประชุมที่สำคัญต่อกลไกทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา 2 รายการ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) สมัยวิสามัญ ที่จังหวัดจันทบุรีระหว่างวันที่ 21 – 22 ตุลาคม และการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (จีบีซี) สมัยพิเศษครั้งที่ 2 ของปี 2568 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในการประชุมดังกล่าวมีความคืบหน้าในรายละเอียดเกี่ยวกับ 4 ประเด็นที่ไทยผลักดันและเป็นประโยชน์ต่อไทยโดยตรง ได้แก่ การถอนอาวุธหนักจากพื้นที่ชายแดน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกม และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ถือได้ว่าไทยประสบความสำเร็จในการดึงกัมพูชากลับมาสู่โต๊ะเจรจากับไทยอย่างเต็มตัวในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของไทย

ความคืบหน้าดังกล่าวปูทางไปสู่การลงนามเอกสารคำแถลงที่จะนำไปสู่สันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งจะมีสหรัฐและมาเลเซียจะร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามเอกสารคำแถลงดังกล่าวเป็นผลมาจากการประชุม 4 ฝ่ายที่มีมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) และการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงขอย้ำว่าเป็นการหารือทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชาเท่านั้น โดยมีสหรัฐและมาเลเซียเป็นผู้ช่วยประสานงานและสังเกตการณ์เท่านั้น

Advertisement

เมื่อถามว่าไทยคาดหวังว่าจะมีผลตามมาอย่างไรหลังมีการลงนามในเอกสารคำประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่จะมีการลงนามใน ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน นายนิกรเดชกล่าวว่าไทยคาดหวังว่าเอกสารคำประกาศนี้จะรับประกันว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง จริงอยู่ที่ตอนนี้จะไม่มีการปะทะกันแต่ก็ยังมีการยั่วยุอยู่มาก ซึ่งจะต้องมีการหยุดยั่วยุ การประชุมเจบีซีและจีบีซีมีความคืบหน้ามาก ก็คาดหวังว่าเอกสารที่จะลงนามจะช่วยรับประกันว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆ ที่มีการลงนามกันไปก่อนหน้านี้ ส่วนในเรื่องรายละเอียดของเอกสารนั้นยังไม่สามารถบอกได้เพราะกำลังอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ให้เสร็จสิ้น

เมื่อถามว่าความสำเร็จของการประชุมจีบีซีที่มีการจัดทำแผนดำเนินการจะนำไปสู่การลงนามเอกสารที่ราบรื่นขึ้นหรือไม่ หรือจะต้องเห็นความจริงใจของกัมพูชาก่อนว่าจะลดความเป็นปฏิปักษ์ก่อน นายนิกรเดชกล่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยได้กล่าวไปแล้วว่า ความจริงใจจะนำไปสู่การลดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างกัน การที่มีแผนดำเนินการเกิดขึ้นเป็นความก้าวหน้าที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะกัมพูชาไม่เคยตกลงที่จะมาคุยกับเรื่อง 4 เงื่อนไขของไทยมาก่อน สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังผลักดันอยู่คือว่า 2 วันก่อนการลงนามคำประกาศจะต้องมีการเริ่มดำเนินการทันที ตนเชื่อและคิดว่าเมื่อมีการลงนามแล้วจะดึงประชาคมระหว่างประเทศเข้ามาเป็นสักขีพยาน ที่ผ่านมายืนยันได้ว่าไทยทำทุกอย่างที่เคยตกลงไว้ เหลืออีกฝ่ายเดียวเท่านั้น จึงอนุมานได้ว่ามันเป็นไปในทางบวกว่ากัมพูชาจะยึดมั่นในความตกลงที่ได้ทำกันไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการลงนามคำประกาศความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 26 ตุลาคมนี้แล้ว จะมีแผนที่จะปรับความสัมพันธ์กับกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติหรือไม่ เช่นการเปิดพรมแดน นายนิกรเดชกล่าวว่า กระบวนการฟื้นความสัมพันธ์กับกัมพูชาจะเริ่มขึ้นหากกัมพูชายึดตามข้อตกลงในการประชุมเจบีซีและจีบีซี เราพูดอย่างชัดเจนว่าไทยยินดีร่วมมือกับกัมพูชาใน 4 ประเด็นนี้ หากกัมพูชาปฏิบัติตาม 4 เงื่อนไขและปฏิบัติตามสิ่งที่ตกลงกันไว้ในการประชุมเจบีซีและจีบีซี ก็คิดว่าการปรับความสัมพันธ์สู่ภาวะปกติก็น่าจะเริ่มขึ้นได้