อนุทิน-ฮุน มาเนต ชื่นชมทรัมป์ ลงนามหยุดยิงเสร็จ เซ็นปิดดีลการค้าต่อทันควัน
บีบีซีรายงานว่า ก่อนการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนลงนามร่วมด้วย สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับ “ความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด” และ “ความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” เพื่อทำให้ข้อตกลงสันติภาพครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง
“ไม่ว่าความขัดแย้งจะยากและซับซ้อนเพียงใด ก็ต้องได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี” ฮุน มาเนตกล่าว พร้อมกับขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสำหรับความช่วยเหลือที่ทำให้เกิดข้อตกลงดังกล่าว และกล่าวว่า เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการตามตามถ้อยแถลงร่วมนี้
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทรัมป์สำหรับความพยายามที่จะทำให้เกิดการหยุดยิง และแสดงความแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายอนุทินกล่าวว่า การถอนกำลังอาวุธและการปล่อยเชลยศึกจะเริ่มต้นอย่างทันท่วงที และเสริมว่าถ้อยแถลงร่วมดังกล่าวจะเป็น “รากฐานไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน” หากได้รับการดำเนินการอย่างครบถ้วน
บีบีซีรายงานด้วยว่า หลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิงไทย-กัมพูชาเสร็จสิ้น ได้มีการนำเอกสารความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศไทย และระหว่างสหรัฐกับกัมพูชามาทำการลงนามต่อทันที โดยขณะลงนาม มีเสียงของทรัมป์ที่พูดว่า ข้อตกลงเหล่านี้เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งสองประเทศ
ด้านเทสซา หว่อง ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่รายงานจากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์วิเคราะห์ว่า “ทรัมป์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สำหรับเขา ธุรกิจสำคัญกว่าสงคราม” โดยชี้ว่า
เมื่อไทยและกัมพูชายุติการสู้รบในเดือนกรกฎาคม การหยุดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ทรัมป์เตือนว่าการทำสงครามของทั้งสองประเทศจะส่งผลกระทบกับการทำข้อตกลงการค้าและการเจรจาภาษีกับ
ด้วยการลงนามข้อตกลงวันนี้ ประกอบกับการประกาศของทรัมป์เรื่องข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับกัมพูชา และข้อตกลงแร่ธาตุกับไทย ทรัมป์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลของเขามีแผนใช้ข้อตกลงการค้าของสหรัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการกดดันทางการทูต เพื่อให้ประเทศต่างๆ หันมาหาสันติภาพ
“เราทำธุรกรรมมากมายกับทั้งสองประเทศ ตราบเท่าที่พวกเขายังมีสันติภาพ ผมรู้สึกจริงๆ ว่าเมื่อเราทำข้อตกลง เราก็มองเห็นสองประเทศที่เราทำธุรกิจด้วยอย่างมากมาย เราต้องใช้ธุรกิจเหล่านั้นเพื่อทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่หันไปทำสงครามกัน” ทรัมป์กล่าว

