สื่อเขมรเผย ‘กัมพูชา-ไทย’ เริ่มถอนอาวุธหนักพ้นพื้นที่ชายแดน หลังข้อตกลงสันติภาพ
เว็บไซต์ขแมร์ไทม์สรายงานว่า พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่า หลังจากการลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มการถอนอาวุธระยะแรกตามแผนเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันดังกล่าว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมระหว่างกัน กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าก้าวย่างเชิงบวกนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความพยายามร่วมกันของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
พลโทยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาในการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่กัวลาลัมเปอร์อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และจะยังคงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยต่อไป เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ ตลอดจนประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน
สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชารายงานว่า ในช่วงค่ำคืนของวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม กัมพูชาและไทยได้เริ่มทำการถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างออกจากพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาทระหว่างกัน และเคลื่อนย้ายกลับไปยังฐานทัพตามปกติของแต่ละประเทศ ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT
ขณะเดียวกันเฟรชนิวส์ยังรายงานด้วยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม กัมพูชายังดำเนินการถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ในระยะแรกออกจากอำเภอบันทายศรี จ.เสียมเรียบ ภายใต้การสังเกตการณ์ของ AOT อีกด้วย
การลดความตึงเครียดทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการลงนามใน “ถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย” ที่ประเทศมาเลเซียในวันเดียวกัน โดยสมเด็จฯฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน
เฟรชนิวส์ระบุว่า วันดังกล่าวถือเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับกัมพูชาและไทย เพราะเป็นวันที่ได้มีการย้ำความเชื่อมั่นร่วมกันว่า สันติภาพสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ หากประเทศต่างๆ มีความกล้าหาญและมีสติปัญญาที่จะร่วมกันไขว่คว้ามัน
กัมพูชาได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฉบับนี้อย่างครบถ้วนและด้วยความซื่อสัตย์ ทั้งจะความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยและภาคีทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสันติภาพนี้จะคงอยู่ และนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศและภาคีต่างๆ ให้การสนับสนุนและร่วมมีส่วนร่วม เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการเพื่อให้บรรลุผลที่เป็นรูปธรรมตามที่กำหนดไว้ในถ้อยแถลงร่วมนี้

