สีหศักดิ์ เผยรมต.เอเปค เห็นพ้องปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์รุนแรง ไทยดันจัดประชุมระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 36 ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ว่า สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นห่วงประเด็นระบบพหุภาคีและระเบียบโลกที่ยึดมั่นกับกฎกติกา หลังจากที่สหรัฐได้มีการดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว โดยเฉพาะในเรื่องภาษี ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่หลายเขตเศรษฐกิจได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพหุภาคีที่ถูกบั่นทอน รวมถึงการดำเนินมาตรการฝ่ายเดียว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นที่มีการพูดถึงเยอะและเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ต่อยอดมาจากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียคือ อาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งทุกคนเห็นแล้วว่ามีความรุนแรง และได้รับผลกระทบกันหมด ต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง ในประเด็นนี้ไทยมีบทบาทนำ และเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ทั้งยังผลักดันให้มีการยกระดับความร่วมมือมากขึ้น เป็นการประชุมระหว่างประเทศทั้งในและนอกภูมิภาค ไม่ได้จัดในกรอบเอเปคเท่านั้น
“หลังจากนี้ไทยจะขยายข้อริเริ่มนี้ให้เป็นข้อเสนอให้จัดการประชุม ที่ต้องหารือว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ระดับใด และเมื่อไหร่ ไทยมองว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน หากประชุมได้เร็วก็จะเป็นประโยชน์ โดยผลตอบรับจากที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเป็นไปด้วยดี ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ และความเร่งด่วนของเรื่องดังกล่าว” นายสีหศักดิ์กล่าว และว่า ตอนหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ก็ได้รับการสอบถาม และแสดงความสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ดังนั้นแม้เราเป็นผู้ริเริ่ม แต่อาจมีหลายประเทศร่วมเป็นเจ้าภาพได้
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เอเปคเป็นเวทีที่มีความร่วมมือเปิดกว้าง ขับเคลื่อนกรอบพหุภาคี และการค้าเสรี โดยธีมการประชุมปีนี้ มีการพูดถึง Connect, Innovation และ Prosper ซึ่งมีการพูดถึงนวัตนกรรมที่นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับการสร้างความเชื่อมโยง โดยประเด็นที่มีการพูดถึงมากคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าจะทำอย่างไรให้ใช้ประโยชน์จาก AI ให้ได้มากที่สุด แต่ในความก้าวหน้า ก็จำเป็นต้องมีธรรมาธิบาลในเรื่อง AI ด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในเรื่องการมีส่วนร่วมคือการไม่ทอดทิ้งใคร โดยในการก้าวไปข้างหน้าในประเด็นใหม่ๆ ต้องดึงเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เข้ามาสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไปพร้อมๆ กันให้ได้ แม้ว่าแต่ละประเทศอาจไม่สามารถทำได้เท่าๆ กัน แต่ก็จำเป็นที่จะต้องก้าวไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรจากที่ในปีนี้ที่เกาหลีใต้ ในฐานะเจ้าภาพได้ชูหัวข้ออุตสาหกรรมวัฒนธรรม (Culture Creative Industry) ขึ้นมาเป็นครั้งแรก นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยเองก็มีนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งคล้ายคลึงกับสิ่งที่เกาหลีใต้ทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพยนตร์ ศิลปะ หรือแฟชั่น ที่ไทยก็ให้ความสำคัญ เพราะเศรษฐกิจสร้างสรรค์อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ แต่เป็นโจทย์สำคัญว่าจะทำอย่างไร ให้สตาร์ทอัพ หรือคนรุ่นใหม่ พัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ไปสู่สินค้าที่สร้างสรรค์ ที่ส่งเสริมในเชิงพาณิชย์และเข้าสู่ตลาดโลกได้

