ปธน.ไต้หวัน เสียงแข็ง ไม่เอา ‘หนึ่งปท. สองระบบ’ ลั่นเพิ่มงบฯทหาร 5% ป้องกันตนเอง
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ประกาศกร้าวย้ำว่า ไต้หวันไม่ต้องการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งเป็นหลักการที่จีนแผ่นดินใหญ่ยึดมั่น แต่ไต้หวันจะธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพและประชาธิปไตย พร้อมความมุ่งมั่นที่จะปกป้องตนเอง เป็นท่าทีล่าสุดของผู้นำไต้หวันในการปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งที่แสดงออกอย่างชัดเจนมานานว่าต้องการผนวกไต้หวันเป็นของจีนแม้จะต้องใช้กำลังก็ตาม
“การยอมรับการอ้างสิทธิเรียกร้องของผู้รุกรานและการละทิ้งอำนาจอธิปไตยนั้นไม่สามารถบรรลุสันติภาพได้อย่างแน่นอน ฉะนั้น เราต้องธำรงไว้ซึ่งสถานะในปัจจุบันด้วยศักดิ์ศรีและความมุ่งมั่น คัดค้านการผนวกดินแดน การรุกรานและการบังคับรวมชาติอย่างเด็ดขาด” ประธานาธิบดีไล่ ผู้ถูกจีนตราหน้าว่าเป็น”ผู้แบ่งแยกดินแดน” กล่าวกับทหารที่ฐานทัพหูโข่ว ทางตอนเหนือของไต้หวัน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พร้อมกับย้ำว่า ไต้หวันปฏิเสธหลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ เพราะไต้หวันจะยึดมั่นในระบบรัฐธรรมนูญที่เสรีและเป็นประชาธิปไตยตลอดไป
ประธานาธิบดีไล่ยังให้คำมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณทางทหารของไต้หวันเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ภายในปีค.ศ.2030 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของไต้หวันที่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากชาติเพื่อนบ้านมหาอำนาจอย่างจีนมากขึ้นเรื่อยๆ
คำยืนกรานของประธานาธิบดีไล่มีขึ้นหลังจากจีนออกมาเน้นย้ำอีกในสัปดาห์นี้ว่า “จะไม่ตัดความเป็นไปได้” ในการจะใช้กำลังกับไต้หวัน ที่ปักกิ่งอ้างสิทธิว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนอย่างแน่นอน โดยเป็นโทนเสียงที่แข็งกร้าวกว่าบทความหลายชิ้นในสื่อของรัฐที่ให้คำมั่นว่าจะปกครองไต้หวันด้วยความเมตตา หากไต้หวันอยู่ภายใต้หลักปกครองหนึ่งประเทศ สองระบบ เฉกเช่นเดียวกับฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งเป็นดินแดนใต้อาณัติจีน

