หน้าแรก ต่างประเทศ แวนซ์ เตือน ก...

แวนซ์ เตือน การบินสหรัฐส่อกระทบหนักขั้นหายนะ หากชัตดาวน์ลากยาวถึงสิ้นปี

31.10.25 | 13:53 น.
REUTERS

แวนซ์ เตือน การบินสหรัฐส่อกระทบหนักขั้นหายนะ หากชัตดาวน์ลากยาวถึงสิ้นปี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเตือนเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ว่าการเดินทางทางอากาศในสหรัฐอาจได้รับผลกระทบรุนแรงหากรัฐบาลสหรัฐยังคงชัตดาวน์ต่อไปจนถึงช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการเดินทางในสหรัฐมากขึ้น

ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐมีการชัตดาวน์มานาน 30 วัน หลังพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ในวุฒิสภา เมื่อเร็วๆ นี้ แวนซ์ได้พบกับซีอีโอของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ที่ทำเนียบขาวสหรัฐ ขณะที่บรรดาสหภาพและเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมด้านการบินของสหรัฐออกมาบอกว่าหากรัฐบาลยังคงชัตดาวน์ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่ด้านการบินไม่มาทำงานมากขึ้น ทำให้เที่ยวบินล่าช้าและกระบวนการต่างๆ ภายในสนามบิน เช่น การตรวจความปลอดภัย มีความล่าช้าได้

แวนซ์กล่าวว่า นั่นอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายได้และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเช่นนั้นเพราะนั่นหมายความว่าเจ้าหน้าที่สนามบินจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างถึง 3 ครั้ง และจะมีสักกี่คนที่ยังมาทำงานภายใต้สภาพเช่นนั้น

สำนักงานงบประมาณของสภาคองเกรสเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่าการชัตดาวน์ของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเป็นจำนวนเงินสูงถึงระหว่าง 7,000 – 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศลดลง 2% ในช่วงไตรมาสที่ 4 จากการที่รัฐบาลไม่มีงบประมาณ

Advertisement

สายการบินต่างๆ ในสหรัฐเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวออกมา เพื่อเปิดรัฐบาลอีกครั้งแล้วค่อยมีการเจรจาเรื่องนโยบายการดูแลรักษาสุขภาพประชาชน และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางอากาศ นายสก็อตต์ เคอร์บี้ ซีอีโอของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ให้ความเห็นว่าการชัตดาวน์ของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว ด้านสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์กล่าวว่าการชัตดาวน์รัฐบาลส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานด้านการบิน และทำให้ผู้โดยสารหลายล้านคนเจอกับปัญหาความล่าช้า

การชัตดาวน์รัฐบาลส่งผลให้เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ 13,000 คน และเจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐ (TSA) จำนวนถึง 50,000 คนต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ยิ่งทำให้พนักงานบางส่วนไม่มาทำงาน ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ด้านการบินของสหรัฐที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว ทำให้การดีเลย์ของเที่ยวบินในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 44% ในวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา และ 24% ในวันที่ 27 ตุลาคม เป็นผลมาจากการที่เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศไม่มาทำงาน ถือว่ามากกว่าค่าเฉลี่ยการดีเลย์ก่อนหน้าการชัตดาวน์ซึ่งอยู่ที่ 5%

เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศหลายร้อยคนต้องออกไปทำงานเสริมเพื่อหาเงินเข้าบ้านหลังไม่ได้รับค่าจ้างครั้งแรกในวันที่ 28 ตุลาคม บรรดาสายการบินและคนอื่นๆ ต้องบริจาคอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ของ TSA และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในสนามบิน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐโพสต์ลงบนทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เรียกร้องให้มีการยกเลิกการใช้กฎฟิลิบัสเตอร์ในวุฒิสภาเพื่อที่พรรครีพับลิกันจะได้ผ่านร่างงบประมาณได้โดยไม่ต้องพึ่งเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต ทรัมป์โพสต์ว่า “ถึงเวลาแล้วที่รีพับลิกันจะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด กำจัดกฎฟิลิบัสเตอร์ซะเดี๋ยวนี้!” กฎฟิลิบัสเตอร์ระบุว่าให้การผ่านกฎหมายในวุฒิสภาจะต้องใช้เสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภา 60 คนขึ้นไปจากสมาชิกทั้งหมด 100 คน และขณะนี้รีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาอยู่ที่ 53 ที่นั่ง มากกว่าเดโมแครตที่มีอยู่ 47 ที่นั่ง แต่ยังน้อยกว่า 60 ที่นั่งที่จะสามารถผ่านร่างกฎหมายได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งเดโมแครต