หน้าแรก ต่างประเทศ มาเลย์ร้อง อา...

มาเลย์ร้อง อาเซียน ขยายความร่วมมือสู่ โลกไซเบอร์ จี้ตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ หนุนไทย-เขมร แก้ข้อพิพาท

31.10.25 | 14:52 น.
ภาพรอยเตอร์

มาเลย์ร้อง อาเซียน ขยายความร่วมมือสู่ โลกไซเบอร์ จี้ตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ หนุนไทย-เขมร แก้ข้อพิพาท

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า มาเลเซียเรียกร้องให้ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงจากทะเลหลวงสู่โลกไซเบอร์ ในการกล่าวประชุมประจำปีระดับรัฐมนตรีกลาโหมของอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยนายคาลิด นอร์ดิน รัฐมนตรีต่างกลาโหมของมาเลเซีย กล่าวเตือนในการเปิดการประชุมว่า สันติภาพในภูมิภาคกำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากภัยคุกคามทั้งแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ รวมถึงในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ และการโจมตีทางไซเบอร์ที่แพร่หลายซึ่งสามารถทำให้สังคมปั่นป่วน เกิดการล้มรัฐบาลและทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้

“ภัยคุกคามในปัจจุบันก้าวข้ามพรมแดนและมิติต่างๆ เรามองเห็นความท้าทายในทะเลจีนใต้ แต่เราต้องตระหนักด้วยว่าโลกดิจิทัลของเราก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน ภัยคุกคามที่ทดสอบเครือข่ายและระบบของเราอาจมองไม่เห็น แต่ก็อันตรายไม่แพ้ภัยคุกคามต่อพื้นที่ทางทะเลของเรา” รัฐมนตรีกลาโหมของมาเลเซียกล่าว

รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียยังกล่าวเรียกร้องให้ อาเซียน เร่งจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนเพื่อสนับสนุนไทยและกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนระหว่างกัน หลังจากทั้งสองชาติได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเพื่อยุติข้อพิพาทเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายคาลิดยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนที่จะสนับสนุนการแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองในเมียนมาด้วยสันติวิธี โดยกล่าวว่า อาเซียนยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้เมียนมากลับมาสู่สถานะที่เหมาะสมในอาเซียน

Advertisement

ข่าวแจ้งว่า รัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนยังจะจัดการประชุมกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย ในวันเสาร์(1 พ.ย.)นี้ หนึ่งในนั้นมีนายพีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ ที่เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่คืนวันพุธ(29 ต.ค.) และนายตง จุน รัฐมนตรีกลาโหมของจีน

ในแถลงการณ์ร่วมเผยแพร่ในวันศุกร์ หลังเฮกเซ็ธและนายคาลิดได้หารือทวิภาคีกันในวันก่อนหน้า ระบุยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของสหรัฐและมาเลเซียในการรักษาความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่มีการเผชิญหน้ากันของหลายประเทศที่อ้างสิทธิอธิปไตยทับซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย  เวียดนาม และไต้หวัน

โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งในถ้อยแถลงที่ดูเหมือนเป็นการพาดพิงจีน นายคาลิดกล่าวว่า กลยุทธ์ในพื้นที่สีเทา เช่น การวิจัยทางอุทกศาสตร์ภายใต้การปกป้องเรือยามฝั่งของต่างชาติ ถือเป็นการคุกคามต่ออธิปไตยและเป็นการยั่วยุอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้มาเลเซียเคยประท้วงการที่เรือจีนรุกล้ำน่านน้ำมาเลเซียหลายครั้ง ซึ่งโดยปกติมาเลเซียจะเลือกใช้การทูตเงียบ ผิดกับฟิลิปปินส์ที่มักเผชิญหน้ากับจีนทางทะเลอย่างรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีมานี้