วังบักกิงแฮม เผยถอดชื่อ ‘แอนดรูว์’ พ้นทะเบียนขุนนาง สังคมขานรับ ‘คิงชาร์ลส์’ ลงดาบอนุชา
สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงในวันที่ 31 ตุลาคมว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาองค์รองในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้ใช้นามสามัญว่า แอนดรูว์ เมาท์แบทเทน-วินด์เซอร์ ได้ถูกถอดชื่อออกจากทะเบียนขุนนางอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้ตัดสินพระทัยให้ถอดอิสริยยศทั้งหมดของพระอนุชาและให้ออกจากที่พำนักในพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะปกป้องสถาบันกษัตริย์ให้พ้นจากความมัวหมองเสื่อมถอยที่พระอนุชาของพระองค์เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีอื้อฉาวของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักการเงินผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศและค้าประเวณีเด็กที่เป็นข่าวกระฉ่อนโลกก่อนหน้านี้
สำนักข่าวบีบีซีชี้ว่ากระบวนการนี้หมายความว่า แอนดรูว์ จะไม่ได้เป็นดยุกแห่งยอร์กอีกต่อไป เนื่องจากดยุกแห่งยอร์กเป็นตำแหน่งขุนนาง ก่อนหน้านี้แอนดรูว์ตกลงที่จะไม่ใช้บรรดาศักดิ์ดยุกแห่งยอร์กมาตั้งแต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเพิกถอนตำแหน่งขุนนางไปโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี แม้แอนดรูว์ได้ถูกถอดอิสริยยศและพ้นจากตำแหน่งขุนนางอย่างเป็นทางการแล้ว ทว่าเขาจะยังคงรั้งตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 8 ในการสืบราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์อังกฤษต่อไป โดยมีลำดับเป็นรองจากเจ้าหญิงลิลิเบต แห่งซัสเซกซ์ พระธิดาของเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ พระราชโอรสองค์เล็กในกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ที่เป็นรัชทายาทลำดับที่ 7
ฌอน คัฟแลน ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า แอนดรูว์อาจถูกถอดออกจากลำดับการสืบราชบัลลังก์ได้โดยรัฐสภา แต่การดำเนินการดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศในเครือจักรภพทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่ใช่กระบวนการที่สามารถทำได้ในทันที ที่ผ่านมาเคยมีตัวอย่างของการถูกถอดออกจากลำดับสืบราชสันตติวงศ์ เช่นกรณีของสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ในกฎหมายที่ออกมาควบคู่กับการสละราชสมบัติของพระองค์ในปี ค.ศ.1936
ขณะที่ในทางเทคนิคแล้ว แอนดรูวย์ยังคงมีชื่ออยู่ในรายชื่อของ มนตรีแห่งรัฐ (Counsellors of State) ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถทำหน้าที่แทนกษัตริย์ได้ในกรณีที่พระองค์เสด็จออกนอกประเทศหรือทรงพระประชวร ตำแหน่งนี้ถือเป็นบทบาทตามรัฐธรรมนูญที่สำคัญและเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สมาชิกในราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ เช่นแอนดรูว์จะไม่ถูกเรียกให้ทำหน้าที่มนตรีแห่งรัฐได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติแล้ว บทบาทนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้น รายชื่อมนตรีแห่งรัฐยังได้ถูกเพิ่มเติมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้มั่นใจว่ามีบุคคลอื่นพร้อมที่จะทำหน้าที่แทนเมื่อจำเป็น
ด้านรอยเตอร์รายงานว่า นักการเมือง สื่อมวลชน และประชาชนชาวอังกฤษ ต่างยินดีต่อการตัดสินพระทัยของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ในการขับพระอนุชาผู้อื้อฉาวให้พ้นจากความเกี่ยวข้องต่อชีวิตสาธารณะ ซึ่งพฤติกรรมของแอนดรูว์ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวต่อเนื่อง ได้สร้างความไม่พอใจให้กับสาธารณชนมานานหลายปี การดำเนินการขั้นเด็ดขาดครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่เคยมีมาต่อสมาชิกพระราชวงศ์ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอังกฤษ และสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามปกป้องสถาบันกษัตริย์ ซึ่งกำลังสูญเสียความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่
โดยหนังสือพิมพ์อังกฤษหลายฉบับต่างยินดีต่อการดำเนินการในเรื่องนี้ของทางพระราชวัง เดลีเมล พาดหัวข่าวว่า “ถูกขับ” และ เดลีมิร์เรอร์ พาดหัวว่า “ในที่สุด”
เช่นเดียวกับผู้นำพรรคฝ่ายค้านทั้งจากพรรคอนุรักษนิยมและพรรคเสรีประชาธิปไตยที่ต่างออกมาแสดงการสนับสนุนการถอดอิสริยยศเจ้าชายแอนดรูว์ ขณะที่ นายคริส ไบรอันท์ รัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน กล่าวทำนองเดียวกันว่า รัฐบาลสนับสนุนการตัดสินพระทัยครั้งนี้ของกษัตริย์ชาร์ลส์ หลังจากมีการละเมิดความไว้วางใจเกิดขึ้น

