หน้าแรก ต่างประเทศ ฉาวหนัก! จำคุ...

ฉาวหนัก! จำคุก หน.ทนายทัพยิว หลังแฉเหตุทารุณ-ล่วงละเมิดปาเลสไตน์ในเรือนจำ

4.11.25 | 12:15 น.
พลตรียิฟัต โทเมอร์–เยรูชัลมี อดีตหัวหน้าทนายความของกองทัพอิสราเอล / AP

ฉาวหนัก! จำคุก หน.ทนายทัพยิว หลังแฉเหตุทารุณ-ล่วงละเมิดปาเลสไตน์ในเรือนจำ

เมื่อสัปดาห์ก่อนพลตรียิฟัต โทเมอร์–เยรูชัลมี ยังดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าทนายความของกองทัพอิสราเอล แต่ตอนนี้เธอกลับต้องอยู่ในคุก และตกเป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวที่เขย่าประเทศ หลังจากเหตุการณ์แปลกประหลาดต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การลาออกอย่างกะทันหันของเธอ การหายตัวไปชั่วคราว และการค้นหาอย่างร้อนรน ที่จบลงเมื่อเจ้าหน้าที่พบเธออยู่บนชายหาดในเทลอาวีฟ ก่อนที่จะมีการส่งตัวเธอไปยังเรือนจำ

เรื่องราวที่ดูราวกับละครน้ำเน่านี้เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากโทเมอร์–เยรูชัลมีออกมายอมรับอย่างน่าตกใจว่า เธอเป็นผู้อนุมัติให้มีการเผยแพร่วิดีโอจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหัวใจของการสอบสวนคดีอันเป็นที่ถกเถียงและสร้างความแตกแยกทางการเมือง เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าทหารอิสราเอลได้กระทำทารุณและล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ ในเรือนจำทหารอิสราเอลที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี

วิดีโอดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกนำไปออกอากาศทางสถานีข่าวอิสราเอลเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ที่เผยภาพของทหารกองหนุนประจำฐานทัพสเด เทย์มาน ทางตอนใต้ของอิสราเอล กำลังแยกตัวผู้ต้องขังออกจากกัน จากนั้นล้อมเขาด้วยโล่ปราบจลาจลเพื่อบดบังการมองเห็น โดยมีการกล่าวหาว่าผู้ต้องขังปาเลสไตน์ถูกทุบตีและใช้ของมีคมแทงเข้าที่ทวารหนัก จนต้องเข้ารับการรักษาเนื่องจากบาดเจ็บสาหัส

โทเมอร์–เยรูชัลมีกล่าวว่า การที่เธออนุญาตให้มีการเผยแพร่ภาพวิดีโอดังกล่าวก็เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความร้ายแรงของข้อกล่าวหา ที่สำนักงานของเธอกำลังสืบสวนอยู่ แต่ผลที่ได้รับกลับออกมาตรงกันข้าม เพราะเธอกลายเป็นเป้าที่ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากผู้นำการเมืองสายแข็งของอิสราเอล

Advertisement

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเปิดสอบสวนทางอาญาต่อกรณีภาพวิดีโอที่รั่วไหลดังกล่าว โดยโทเมอร์–เยรูชัลมี ถูกสั่งพักงานระหว่างที่การสอบสวนดำเนินอยู่ เหล่านักการเมืองฝ่ายขวาจัดและสื่อแนวแข็งกร้าวก็ยังคงตามโจมตีและด่าทอเธออย่างรุนแรง

นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ว่า โทเมอร์–เยรูชัลมี จะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาดำรงตำแหน่งในกองทัพอีก ไม่นานหลังจากนั้น พลตรีโทเมอร์–เยรูชัลมี ก็ได้ยื่นใบลาออก ซึ่งเธอระบุว่าพร้อมจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ถูกเผยแพร่ไปยังสื่อจากหน่วยงานภายใต้การดูแลของเธอ

“ฉันอนุมัติการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนต่อสื่อ เพื่อโต้แย้งข้อมูลเท็จที่โจมตีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของกองทัพ” โทเมอร์–เยรูชัลมี ระบุ ซึ่งเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาจากนักการเมืองฝ่ายขวาบางคนในอิสราเอล ที่อ้างว่าข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์นั้นเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น

โทเมอร์–เยรูชัลมี ยืนยันว่า เรามีหน้าที่ต้องสอบสวนทุกครั้งเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกิดการใช้ความรุนแรงต่อผู้ต้องขัง หลังจากที่เธอลาออก รัฐมนตรีกลาโหมได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “ใครก็ตามที่เผยแพร่ข้อกล่าวหาเท็จที่ทำให้กองทัพอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่มีคุณสมบัติที่จะสวมเครื่องแบบของกองทัพได้”

ด้าน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ย้ำถ้อยคำของแคตซ์ว่าเหตุการณ์ที่สเด เทย์มานนั้น อาจเป็นการโจมตีด้านภาพลักษณ์ที่รุนแรงที่สุดที่ประเทศอิสราเอลเคยเผชิญมาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ

หลังลาออกโทเมอร์–เยรูชัลมี ทิ้งจดหมายไว้ให้ครอบครัว และจอดรถทิ้งไว้ใกล้ชายหาด ทำให้หลายคนหวั่นเกรงว่าเธออาจฆ่าตัวตาย ส่งผลให้มีการระดมกำลังค้นหาอย่างหนัก รวมถึงการใช้โดรนของกองทัพช่วยในการค้นหา คืนวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่พบเธอยังมีชีวิตอยู่บนชายหาด แต่ทันทีหลังจากนั้น กระแสโจมตีก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง

ยินอน มากาล พิธีกรโทรทัศน์ฝ่ายขวา ซึ่งเป็นพันธมิตรของเนทันยาฮู โพสต์บน X ว่า “เราสามารถเริ่มการล่าแม่มดต่อได้แล้ว” พร้อมใส่อีโมจิรูปหน้ากะพริบตาเย้ยหยัน

หลังจากมีรายงานว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งของเธอหายไป นักการเมืองและผู้วิจารณ์ฝ่ายขวาจำนวนมากเริ่มกล่าวหาเธอว่า จัดฉากพยายามฆ่าตัวตายเพื่อทำลายหลักฐาน

เหตุการณ์สุดประหลาดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้สงครามอันโหดร้ายที่ดำเนินมาเกือบสองปีจะผ่านไป แต่ความแตกแยกภายในสังคมอิสราเอลก็ยังไม่คลี่คลาย ประเทศอิสราเอลยิ่งแตกแยกแบ่งขั้วอย่างรุนแรงมากกว่าตั้งแต่ก่อนเหตุโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 เสียด้วยซ้ำ และขณะนี้โทเมอร์–เยรูชัลมี กลายเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงหลายคนที่ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่ง หรือลาออกภายใต้แรงกดดัน โดยส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยบุคคลที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับรัฐบาลสายแข็งของเนทันยาฮู

ทหารกองหนุนทั้ง 5 นายที่อยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ต้องขัง พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่มีการเปิดเผยชื่อ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทหารกองหนุน 4 นาย ปรากฏตัวต่อหน้าศาลฎีกาในกรุงเยรูซาเลม โดยสวมหมวกคลุมหน้าเพื่อปกปิดใบหน้า พร้อมกับทนายความของพวกเขา ซึ่งเรียกร้องให้ยกฟ้องคดีทั้งหมด

อาดี ไคดาร์ ทนายความจากองค์กรช่วยเหลือทางกฎหมายฝ่ายขวาโฮเนนู อ้างว่า ลูกความของเขาต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายที่บกพร่อง ลำเอียง และถูกจัดฉากขึ้น

ขณะที่มีรายงานว่า ผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำในคดีดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวกลับไปยังฉนวนกาซาในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนระหว่างนักโทษและผู้ต้องขังปาเลสไตน์กับตัวประกันชาวอิสราเอลที่กลุ่มฮามาสจับไว้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023

ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ ผู้พิพากษาสั่งให้ขยายเวลาการคุมขังโทเมอร์–เยรูชัลมี ออกไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน ขณะนี้เธอตกอยู่ภายใต้การสอบสวนในข้อหาฉ้อโกง การละเมิดความไว้วางใจ และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยเธอถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหญิงแห่งหนึ่งในตอนกลางของอิสราเอลระหว่างกระบวนการสอบสวน

สื่ออิสราเอลรายงานว่า พันเอก มาตัน โซโลเมช อดีตอัยการทหารอีกคนหนึ่งก็ถูกจับกุมในคดีรั่วไหลของวิดีโอนี้เช่นกัน ขณะที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับการจับกุมดังกล่าว

เหตุการณ์ที่ฐานทัพสเด เทย์มานได้กลายเป็นประเด็นที่สะท้อนความแตกแยกระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาในอิสราเอล โดยฝ่ายขวาประณามการรั่วไหลของวิดีโอว่าเป็นการใส่ร้ายกองทัพอิสราเอล ซึ่งเทียบเท่ากับเป็นการทรยศต่อชาติ

ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายซ้ายมองว่าการที่พลตรีโทเมอร์–เยรูชัลมี อนุญาตให้เผยแพร่วิดีโอดังกล่าว ถือว่าเธอได้ปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบในตำแหน่งอย่างแท้จริง และมองว่าวิดีโอนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนรายงานหลายฉบับเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ หลังการโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023

ขณะที่เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน รายงานของคณะกรรมการสอบสวนแห่งสหประชาชาติระบุว่า เด็กและผู้ใหญ่ชาวกาซาหลายพันคนที่ถูกควบคุมตัวโดยอิสราเอลถูกกระทำทารุณกรรมอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงถูกใช้ความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงทางเพศสภาพ ซึ่งเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการทรมาน การข่มขืน และการใช้ความรุนแรงทางเพศรูปแบบอื่นๆ