หน้าแรก ต่างประเทศ ฮุน เซน โวปิด...

ฮุน เซน โวปิดด่าน 100-500 ปีเรื่องของไทย กัมพูชาไม่ล่มสลาย ซ้ำสร้างโอกาสสินค้าในประเทศ

5.11.25 | 09:30 น.
FB : Samdech Hun Sen of Cambodia

ฮุน เซน โวปิดด่าน 100-500 ปีเรื่องของไทย กัมพูชาไม่ล่มสลาย ซ้ำสร้างโอกาสสินค้าในประเทศ

สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการปิดด่านพรมแดนกัมพูชา-ไทย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 พฤศจิกายน ว่า

นับตั้งแต่มีการลงนามในถ้อยแถลงร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและไทย ภายใต้การอำนวยความสะดวกของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในฐานะทูตสันติภาพ เราได้เห็นความคืบหน้าที่สำคัญหลายประการ รวมถึงการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป (RBC) ตลอดจนการเริ่มต้นถอนกำลังอาวุธหนักออกจากพื้นที่พิพาท ภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบโดยทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observers Team: AOT) เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติหรือผ่อนความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เราทุกคนควรยินดี

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ข้าพเจ้าแสดงความชื่นชมต่อความคืบหน้าเหล่านี้ ข้าพเจ้าก็จำเป็นต้องแจ้งต่อประชาชนชาวกัมพูชา เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนระหว่างกัมพูชา–ไทยอีกครั้ง ในระยหลัง ผู้นำบางคนของไทยได้หยิบยกประเด็นการเปิดชายแดนขึ้นมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นหาเสีนงสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย

คำพูดซ้ำๆ ของผู้นำไทย รวมถึงของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดน ได้สร้างความสับสนในหมู่สาธารณชนชาวกัมพูชาและชาวไทย ทำให้บางคนเข้าใจผิดและเชื่อว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายร้องขอให้ไทยเปิดด่านอีกครั้ง

Advertisement

ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้ประชาชนชาวกัมพูชานอนหลับไปพร้อมกับข้อมูลที่บิดเบือนเช่นนี้ สำหรับประชาชนชาวไทย ประเด็นนี้เป็นเรื่องภายในของไทย ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองในการเลือกตั้ง โดยการเปิดพรมแดนอาจถูกนำไปใช้เป็นประเด็นหาเสียง

สำหรับประชาชนชาวกัมพูชา ข้าพเจ้าขอย้ำอย่างหนักแน่นว่า นับตั้งแต่วันที่ไทยตัดสินใจปิดพรมแดนฝ่ายเดียว กัมพูชาไม่เคยร้องขอให้ไทยเปิดพรมแดนอีกเลย หากไทยต้องการจะปิดต่อไปอีก 100 ปี หรือแม้กระทั่ง 500 ปี นั่นก็เป็นการตัดสินใจของไทยทั้งหมด เพราะกุญแจของปัญหานี้อยู่ในมือของไทยเอง

การปิดพรมแดนครั้งนี้ไม่ได้ทำให้กัมพูชาล่มสลาย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับเรา กระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสินค้าภายในประเทศที่เข้ามาทดแทนสินค้าจากไทย และกระตุ้นการเติบโตของการผลิตในประเทศ

ข้าพเจ้าได้แจ้งกับมิตรประเทศและคู่เจรจาระหว่างประเทศของเราว่า การที่ไทยปิดพรมแดนกับกัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงการตัดความสัมพันธ์ทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายอาเซียนและภูมิภาคเอเชียโดยรวมอีกด้วย แล้วทางหลวงอาเซียน ทางรถไฟอาเซียน หรือทางหลวงสายเอเชีย จะเป็นอย่างไรต่อไป

ข้าพเจ้าหวังว่าข้อความนี้จะไปถึงผู้นำไทยและประชาชนชาวไทย เพื่อให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาไม่ได้ร้องขอให้เปิดด่านชายแดนอีกครั้ง เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าหวังว่าประชาชนชาวกัมพูชาจะไม่ถูกหลอกให้เข้าใจผิดว่า รัฐบาลของพวกเขากำลังลดตัวลงไปวิงวอนขอความร่วมมือจากไทยในการเปิดพรมแดนอีกครั้ง