โปรตุเกสบุกยึดเรือดำน้ำขนโคเคน 1.7 ตัน กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
ทางการโปรตุเกสทำการจับกุมตัว 4 ผู้ลักลอบขนโคเคนจำนวน 1.7 ตันด้วยเรือดำน้ำขนาดเล็ก ได้ที่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก หลังตรวจพบเรือดำน้ำต้องสงสัยมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรไอเบเรีย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะบุกยึดเรือดำน้ำต้องสงสัยลำดังกล่าวได้
ก่อนหน้านี้ศูนย์วิเคราะห์และปฏิบัติการทางทะเลที่ตั้งอยู่ในกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ได้รับข้อมูลที่บ่งชี้ว่าองค์กรอาชญากรรมมีแผนที่จะลักลอบขนโคเคนจำนวนมากผ่านเรือดำน้ำเพื่อมุ่งไปยังยุโรป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านอาชญากรรมแห่งชาติของอังกฤษและสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของอเมริกา
ไม่กี่วันหลังจากนั้นเรือโปรตุเกสสามารถระบุพิกัดของเรือดำน้ำดังกล่าวได้ที่ระยะประมาณ 1,000 ไมล์ทะเล หรือ 1,852 กิโลเมตรห่างจากชายฝั่งลิสบอน และได้เริ่มปฏิบัติการเข้ายึดเรือดำน้ำต้องสงสัยนี้
ทหารเรือได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ไม่สามารถนำเรือดำน้ำลำดังกล่าวเข้าเทียบท่าได้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่ประกอบกับโครงสร้างของเรือดำน้ำที่ไม่แข็งแรง ทำให้ภายหลังเรือดำน้ำที่ทางการยึดได้ลำนี้จมลงสู่ก้นทะเล
ภาพจากวิดีโอแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่ตำรวจและทหารเรือได้สนธิกำลังเข้ายึดเรือดำน้ำและจับกุมลูกเรือ ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเป็นชาวอเมริกาใต้ได้ 4 คนพร้อมสารต้องสงสัย ตำรวจให้สัมภาษณ์ว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชาวเอกวาดอร์ 2 คน และชาวเวเนซุเอลากับโคลอมเบียอย่างละคน โดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คนถูกส่งตัวไปคุมขังก่อนการพิจารณาคดีที่หมู่เกาะอะโซร์สเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
วิกเตอร์ อะนาเนียส หัวหน้าหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโปรตุเกส กล่าวระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า องค์กรที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติดครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศเดียวอย่างแน่นอน เมื่อดูจากสัญชาติของผู้ต้องสงสัยที่เราจับกุมได้
เหตุการณ์คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยได้มีการจับกุมเรือดำน้ำที่บรรทุกโคเคนถึง 6.5 ตัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งลิสบอน 1,200 ไมล์ทะเลเช่นเดียวกัน

