กัมพูชา ใช้เวที ยูเนสโก ร้องโลกปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม ยกเหตุปะทะไทย-เขมร ทำพระวิหารเสียหาย
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ขแมร์ไทม์สรายงานว่า ดอกเตอร์เฟือง สกุณา รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา กล่าวในที่ประชุมใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) จัดที่เมืองซามาร์คันด์ ประเทศอุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยูเนสโกยึดมั่นในพันธกรณีร่วมกันในการปกป้องและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของโลก
รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมฯของกัมพูชายังใช้โอกาสนี้กล่าวถึงเหตุปะทะตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับปราสาทพระวิหาร ที่ยูเนสโกรับรองเป็นมรดกโลก โดยได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่มีอาจสามารถฟื้นคืนได้ต่อโบราณสถานทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าแห่งนี้ และกล่าวด้วยว่า กัมพูชามีความยินดีต่อการลงนามในปฏิญญาร่วมสันติภาพกัมพูชา-ไทยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่มีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรับ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน
นอกจากนี้ยังกล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการสนับสนุนภารกิจของยูเนสโกในการเสริมสร้างสันติภาพผ่านการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และการติดต่อสื่อสาร ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5 เหลี่ยมของรัฐบาลกัมพูชา โดยระบุว่ากัมพูชาเคยประสบกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และสงครามในอดีต เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงผลกระทบอันร้ายแรงของความขัดแย้งและคุณค่าอันประเมินค่ามิได้ของสันติภาพในฐานะเป็นรากฐานของการเติบโตและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชาระบุอีกว่า กัมพูชาได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแข็งขันในการปกป้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงป้องกันและต่อสู้กับการลักลอบการค้าโบราณวัตถุผิดกฎหมาย และยังเรียกร้องให้บรรดาพิพิธภัณฑ์และนักสะสมเอกชนร่วมเจรจาเพื่อส่งคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมให้กับประเทศต้นกำเนิดของทรัพย์สินล้ำค่าเหล่านั้น
กัมพูชายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนกับยูเนสโกในการส่งเสริมการศึกษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และการติดต่อสื่อสาร สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 และยังเรียกร้องให้ส่งเสริมระบบนิเวศข้อมูลที่มีความสมดุลและมีจริยธรรม พร้อมกับเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม

