หน้าแรก ต่างประเทศ สหรัฐสั่งลดเท...

สหรัฐสั่งลดเที่ยวบิน 10% หลังชัตดาวน์ลากยาว บีบเดโมแครตร่วมมือ

6.11.25 | 16:28 น.
REUTERS/Kevin Lamarque

สหรัฐสั่งลดเที่ยวบิน 10% หลังชัตดาวน์ลากยาว บีบเดโมแครตร่วมมือ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีคมนาคมของสหรัฐ เปิดเผยว่า เขาได้เตรียมสั่งปรับลดเที่ยวบินลง 10 เปอร์เซ็นต์ ตามสนามบินหลักๆ 40 แห่งของสหรัฐ โดยอ้างเหตุเพื่อความปลอดภัยในการควบคุมการจราจรทางอากาศ เนื่องจากการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ ที่กินเวลาเข้าไปเป็นวันที่ 36 แล้ว

ข่าวระบุว่า แผนการขั้นรุนแรงดังกล่าว ทำให้สายการบินต่างๆ ต้องรีบลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมาก ภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง ขณะที่มีผู้โดยสารโทร.เข้าไปยังสายด่วนบริการลูกค้าของสายการบินอย่างท่วมท้น เพื่อสอบถามถึงความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางทางอากาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ทั้งนี้ การชัตดาวน์ของสหรัฐ เกิดขึ้นเมื่อรัฐสภาสหรัฐและประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่สามารถผ่านกฎหมายงบจัดสรรเพื่อจัดหาเงินทุนแก่การดำเนินการและหน่วยงานของรัฐ ทำให้รัฐบาลกลางต้องหยุดกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบ ที่เกี่ยวข้องกับการหยุดงานของบุคลากรที่ไม่จำเป็น โดยการชัตดาวน์ครั้งนี้ ถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินทางอากาศ 13,000 คน และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยด้านการขนส่งราว 50,000 คน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามเพิ่มแรงกดดันต่อพรรคเดโมแครตให้ยุติภาวะชัตดาวน์ และมีการกล่าวถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในระบบการบินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบีบให้พวกเขาลงคะแนนเสียงให้รัฐบาลสามารถกลับมาทำงานได้อีกครั้ง

Advertisement

โดยนายดัฟฟี กล่าวว่า การลดเที่ยวบินเหล่านี้ สามารถยกเลิกได้ หากพรรคเดโมแครตตกลงที่จะเปิดทำการของรัฐบาลอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครต โต้แย้งว่า พรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ เนื่องจากปฏิเสธที่จะเจรจาในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเงินอุดหนุนด้านการดูแลสุขภาพ

ข่าวระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการชัตดาวน์ขึ้น มีรายงานเที่ยวบินหลายหมื่นเที่ยวบินที่ประสบปัญหาการเดินทางล่าช้า หรือ ดีเลย์ อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินทางอากาศ ขณะที่สายการบินต่างๆ ระบุว่า มีผู้เดินทางอย่างน้อย 3.2 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ

REUTERS/Ryan Murphy/File Photo

ดัฟฟี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เราได้ทำการตรวจสอบอย่างจริงจังว่างานของเราคืออะไร พร้อมกับอ้างผลการประเมินด้านความปลอดภัยที่เป็นความลับ เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะชัตดาวน์ต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ซึ่งการประเมินนี้ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของพวกเขา พร้อมกับกล่าวเสริมว่า “งานของเราคือการทำให้แน่ใจว่า เราจะตัดสินใจที่ยากลำบากเพื่อรักษาน่านฟ้าให้ปลอดภัยต่อไป”

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการบิน แจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ในการประชุมทางโทรศัพท์กับสายการบินหลักของสหรัฐ องค์การบริหารการบินแห่งชาติ หรือ เอฟเอเอ (FAA) ระบุว่า การดลความสามารถในการรองรับเที่ยวบินที่สนามบินต่างๆ จะเริ่มต้นที่ 4 เปอร์เซ็นต์ ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน จากนั้นก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน และ 6 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ก่อนจะถึงระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ ในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ เอฟเอเอ ยังมีแผนที่จะยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศ จากการลดจำนวนเที่ยวบินดังกล่าว

นายไบรอัน เบดฟอร์ด ผู้บริหารของเอฟเอเอ กล่าวในการแถลงข่าวว่า เมื่อเราเห็นความกดดันก่อตั้งขึ้นในตลาดทั้ง 40 แห่งนี้ เราจะไม่สามารถเพิกเฉยได้ และว่า เราสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง ดังนั้น ระบบจึงปลอดภัยอย่างยิ่งในวันนี้ และจะปลอดภัยยิ่งขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้เปิดเผยว่า สนามบิน 40 แห่งที่ได้รับผลกระทบ คือที่ไหนบ้าง แต่บริษัท ซีเรียม บริษัทวิเคราะห์ด้านการบิน คาดว่า การปรับลดเที่ยวบินน่าจะกระทบกับสนามบินที่พลุกพล่านที่สุด 30 แห่งของสหรับ ซึ่งรวมทั้งที่นครนิวยอร์ก , กรุงวอชิงตัน , ชิคาโก , แอตแลนตา , ลอสแองเจลิส และดัลลัส ซึ่งจะต้องปรับลดเที่ยวบินราว 1,800 เที่ยว หรือคิดเป็น 268,000 ที่นั่ง