หน้าแรก ต่างประเทศ ญวนเร่งประเมิ...

ญวนเร่งประเมินความเสียหายคัลแมกี ระดมทหาร 2.68 แสนกู้ภัย ‘ฟงวอง’ จ่อถล่มปินส์ซ้ำ

7.11.25 | 10:40 น.
ต้นไม้โค่นล้มจากไต้ฝุ่นคัลแมกีในเวียดนาม / VNA via AP)

ญวนเร่งประเมินความเสียหายคัลแมกี ระดมทหาร 2.68 แสนกู้ภัย ‘ฟงวอง’ จ่อถล่มปินส์ซ้ำ

ไต้ฝุ่นคัลแมกีได้พัดถล่มภาคกลางของเวียดนาม ทำให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในวันที่ 7 พฤศจิกายน หลังจากก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน คัลแมกีได้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบถึง 200 ราย และสร้างความสูญเสียอย่างหนัก

ไต้ฝุ่นคัลแมกีพัดขึ้นฝั่งทางตอนกลางของเวียดนามนตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายน โดยมีรายงานความเสียหายในหลายพื้นที่ทั้งต่ออาคารบ้านเรือน เสาไฟฟ้าที่ทำให้เกิดไฟฟ้าดับ และต้นไม้หักโค่น ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงเมื่อเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน เจ้าหน้าที่เตือนว่ายังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 200 มิลลิเมตร หรือ 8 นิ้วที่จังหวัดทางตอนกลาง ตั้งแต่จังหวัดทัญฮว้าไปจนถึงจังหวัดกว๋างจิ

ด้านสื่อของรัฐเวียดนามรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน ในจังหวัดซาลายแจะจังหวดดั๊กลั๊กที่ตั้งอยู่ติดกัน และมีรายงานว่าชาวประมงเวียดนามสูญหาย 3 คน หลังเรือของพวกเขาถูกคลื่นลมแรงพัดหมายไปบนเกาะลีเซินในจังหวัดกว๋างหงาย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งค้นหาพวกเขาแต่ปฏิบัติการถูกระงับในเวลาต่อมาเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายลง

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า เวียนามได้อพยพประชาชนมากกว่า 5.37 แสนคนโดยเรือ เนื่องจากเผชิญกับระดับน้ำท่วมสูงและดินถล่ม โดยก่อนที่ไต้ฝุ่นคัลแมกีจะขึ้นฝัง หลายจังหวัดทางตอนกลางของเวียดนามก็กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้ว จากฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่าคัลแมกีจะทำให้เกิดฝนตกมากกว่า 24 นิ้วในบางพื้นที่

Advertisement

ไต้ฝุ่นคัลแมกีถือเป็นพายุที่มีความรุนแรงผิดปกติในภูมิภาคนี้ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ด้วยกำลัวลมแรง 183 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่มันพัดอยู่เหนือทะเลจีนใต้ก่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม

รายงานข่าวระบุว่า มีคลื่นสูงถึง 3 เมตรซัดเข้าดานัง ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่ง ขณะที่ลมแรงพัดต้นไม้ล้มในจังหวัดดั๊กลัก บ้านเรือนหลายหลังในเมืองกวีเญิน ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของเวียดนามก็เกิดไฟดับเป็นเวลาหลายชั่วโมง

นครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางทางการเงินของประเทศ เผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรง คาดว่าจะมีน้ำขึ้นสูงในแม่น้ำไซ่ง่อน โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะสูงถึง 100 มิลลิเมตร หรือ 4 นิ้ว อาจท่วมพื้นที่ลุ่ม

ขณะเดียวกันฟิลิปปินส์ก็กำลังเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ชื่อ “ฟงวอง” หรือที่ฟิลิปปินส์เรียกกันในชื่อว่าอูวาน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และกำลังเคลื่อนตัวเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่ฟิลิปปินส์ นักพยากรณ์อากาศของรัฐกล่าวว่าพายุฟงวอง อาจขยายตัวจนมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ประมาณ 1,400 กิโลเมตร ก่อนที่จะพัดขึ้นฝั่งในจังหวัดออโรราทางตอนเหนือหรือพื้นที่ใกล้เคียง และมันอาจพัดถล่มพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นรอบกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เพื่อรับมือกับพายุลูกใหม่รวมถึงจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จากไต้ฝุ่นคัลแมกีด้วย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 188 ราย สูญหาย 135 คน และบาดเจ็บ 96 คน

ไต้ฝุ่นคัลแมกีทำให้ชาวบ้านในฟิลิปปินส์กว่า 560,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ โดยสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนกล่าวว่า ประชาชนเกือบ 450,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยขณะนี้ชาวบ้านกว่า 318,000 คนยังคงอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่รัฐจัดตั้งขึ้น