สิงคโปร์ผ่านกฎหมายลงโทษสแกมเมอร์ด้วยการเฆี่ยน หลังจากปีที่แล้วพบกว่า 5.1 หมื่นคดีฉ้อโกง เสียหาย 2.7 หมื่นล้าน
เว็บไซต์ NHK รายงานว่า สิงคโปร์เตรียมนำโทษการเฆี่ยนมาใช้เป็นบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำการฉ้อโกงออนไลน์ หรือพวกออนไลน์สแกมเมอร์ ขณะที่สิงคโปร์กำลังต่อสู้กับคดีฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐสภาสิงคโปร์ผ่านการแก้กฎหมายอาญา โดยระบุให้ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง สมาชิกแก๊ง และผู้จัดหาคน สามารถถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนได้ตั้งแต่ 6-24 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความผิด นอกจากนี้ ผู้ที่อำนวยความสะดวกในการฉ้อโกงด้วยการจัดหาซิมการ์ดและบัญชีม้าก็อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษนี้ด้วยเช่นกัน
รัฐบาลสิงคโปร์ ระบุว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการต่อสู้กับการฉ้อโกง ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นอาชญากรรมที่พบมากที่สุดในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สิงคโปร์ ระบุว่า ปี 2024 มีคดีฉ้อโกงมากกว่า 51,000 คดี ที่ก่อให้เกิดความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 27,190 ล้านบาท) โดยยอดความเสียหายนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 70 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ สิงคโปร์มีการใช้โทษเฆี่ยนอย่างแพร่หลาย เพื่อลงโทษผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความในคดีอื่นๆ ซึ่งรวมถึงคดีปล้นทรัพย์ และอาชญากรรมทางเพศและอาชญากรรมรุนแรงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม โทษนี้จะถูกบังคับใช้เฉพาะกับผู้กระทำผิดที่เป็นเพศชาย อายุต่ำกว่า 50 ปีเท่านั้น
ด้านเว็บไซต์ popsmokemedia.com อ้างการเปิดเผยของนางซิม แอนน์ รัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงมหาดไทยของสิงคโปร์ และยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ ระบุว่า สิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากคดีฉ้อโกง ในช่วงระหว่างปี 2020 จนถึงครึ่งแรกของปี 2025 โดยรวมแล้วมีราว 190,000 คดีในช่วงเวลาดังกล่าว
นางซิมกล่าวระหว่างการนำเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาของสิงคโปร์ เพื่อพิจารณาในวาระที่ 2 ว่า “เราจะนำโทษเฆี่ยนภาคบังคับมาใช้สำหรับสแกมเมอร์” และว่า ผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งนิยามไว้ว่า เป็นการหลอกลวงโดยผ่านการสื่อสารทางไกล ที่จะต้องได้รับโทษเฆี่ยนอย่างน้อย 6 ครั้ง
นางซิม กล่าวด้วยว่า รัฐบาลยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการต่อเครือข่ายฉ้อโกงที่ปฏิบัติการข้ามภูมิภาค ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้ระดมทรัพยากรจำนวนมาก เพื่อดำเนินการและแสวงหากำไรจากการฉ้อโกงและมีระดับความผิดสูงสุด
ภายใต้กฎหมายที่เสนอนี้ สมาชิกของเครือข่ายฉ้อโกงและผู้จัดหาคน จะต้องถูกเฆี่ยนภาคบังคับอย่างน้อย 6 ครั้ง ขณะที่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือสแกมเมอร์ ซึ่งรวมถึงพวกบัญชีม้า ที่จัดหาบัญชีธนาคารหรือซิมการ์ด อาจถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนสูงถึง 12 ครั้ง
รายงานระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้เพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับการฉ้อโกงผ่านการรณรงค์ให้ความรู้แก่สาธารณชนและเครื่องมือดิจิทัล โดยในปี 2020 รัฐบาลสิงคโปร์ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Scam Shield เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ยืนยันความถูกต้องของการโทร ข้อความ และเว็บไซต์ ที่น่าสงสัย นอกจากนี้ ยังมีการเปิดสายด่วนระดับชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว นายลี เซียน ลุง อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ตัวเขาเองก็เคยถูกฉ้อโกงจากการซื้อสินค้าออนไลน์แล้วไม่ได้รับสินค้าเช่นกัน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่า ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อคนทุกกลุ่มในสังคม
ข่าวระบุว่า ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์กลางการฉ้อโกงทางไซเบอร์ มีการล่อลวงชาวต่างชาติให้เข้าไปสู่การบังคับใช้แรงงานที่เชื่อมโยงกับแผนการฉ้อโกงออนไลน์ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตำรวจสิงคโปร์ประกาศว่า ได้ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 115 ล้านดอลลาร์ ที่มีความเชื่อมโยงกับนายเฉิน จื้อ นักธุรกิจชาวกัมพูชา สัญชาติอังกฤษ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของศูนย์สแกมเมอร์ใหญ่ในกัมพูชา

