สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าตำรวจฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 เมษายนว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 คน จากเหตุการณ์ไปป์บอมบ์ระเบิดในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กำลังดำเนินอยู่ในเมืองหลวงของฟิลิปปินส์วันเดียวกันนี้
เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 28 เมษายน ห่างจากสถานที่จัดการประชุมที่ได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาออกไปราว 5 กิโลเมตร โดยตำรวจเปิดเผยว่ากำลังสอบสวนความเป็นไปได้ของการก่อเหตุว่าน่าจะเป็นการล้างแค้นของกลุ่มแก๊งคู่อริที่มีความขัดแย้งกัน
ในจำนวน 14 รายที่ได้รับบาดเจ็บ มี 6 รายบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและสามารถกลับบ้านได้ ส่วนที่เหลือยังต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดย 2 รายมีอาการสาหัส
สารวัตรหญิงคิมเบอร์ลีย์ โมลิตัส โฆษกของสำนักงานตำรวจฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เกิดเหตุญาติของชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บในพื้นที่เดียวกันนี้จากการโจมตีของกลุ่มวัยรุ่นคู่อริ และเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประกาศคำขู่ว่าจะล้างแค้น
สารวัตรโมลิตาสระบุว่า ระเบิดที่ใช้เป็น “ไปป์บอมบ์” ที่ประกอบขึ้นเองโดยใช้ดินระเบิดคุณภาพต่ำเหมือนกับที่ใช้ในประทัด ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แม่แต่รายเดียว
ด้านนายเอร์เนสโต อาเบลลา โฆษกของนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงหรือพุ่งเป้าไปยังการประชุมผู้นำอาเซียนที่กำลังดำเนินไปแต่อย่างใด
“เราขอรับประกันกับผู้คนของเราว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับดูแลเหตุการณ์วันนี้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมและขอให้สาธารณชนเข้าใจและให้ความร่วมมือในเรื่องนี้” นายอาเบลลาระบุ
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศที่ตำรวจระบุว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุวางระเบิดและลักพาตัวมาโดยตลอดในอดีต

