‘สีหศักดิ์’ ต่อสายตรง ‘ปรัก สุคน’ ประท้วงทหารเหยียบระเบิด แจ้งมะกัน-มาเลย์ ระงับข้อตกลงร่วม
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เวลา 17.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีข้อเท้าขวาขาดว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 1611 ซึ่งลาดตระเวนในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เป็นเหตุให้นายทหารไทย 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหนึ่งในนั้นข้อเท้าขวาขาดนั้น กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
โดยเรื่องการประท้วงนั้น ในเบื้องต้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ปฏิบัติราชการอยู่ที่ฮ่องกง ได้โทรศัพท์ติดต่อกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อทำการประท้วงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์หรือสปิริตของความตั้งใจของทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาตามถ้อยแถลงร่วมที่เป็นผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกัน และกระทรวงการต่างประเทศกำลังจะมีหนังสือประท้วงฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันนี้ด้วย
นายนิกรเดชกล่าวว่า ส่วนเรื่องของเชลย 18 คนนั้น เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกลาโหมให้สัมภาษณ์แล้วว่า ฝ่ายไทยจะชะลอการส่งตัวทหารกัมพูชาที่ถูกจับกุมทั้ง 18 คนนี้ออกไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ และจากเหตุการณ์ล่าสุดนี้ ฝ่ายไทยจะดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวาด้วย ตามที่ฝ่ายไทยเคยประท้วงผ่านอนุสัญญาออตตาวามาแล้วหลายครั้งแล้ว
นายนิกรเดชกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 08.30 น. ที่ตึก สมช. ซึ่งนายสีหศักดิ์จะเข้าร่วมการประชุมด้วย โดยที่ประชุม สมช.จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องนี้และการดำเนินการต่างๆ ตามถ้อยแถลงร่วมดังกล่าว หลังจากนั้นจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามปกติประจำวันอังคาร โดยในช่วงบ่าย รัฐมนตรีต่างประเทศจะร่วมติดตามนายกรัฐมนตรีไปลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บ และรับฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย และหลังจากนั้นจะทำการประเมินและพิจารณามาตรการของฝ่ายไทยต่อไป
“เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการถดถอยต่อการดำเนินการตามถ้อยแถลงข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 2 ฝ่าย และขณะนี้ ฝ่ายไทยสงวนสิทธิ์ขอยุติการดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมฯ ไว้ชั่วคราวแล้ว อีกทั้งฝ่ายไทยต้องทำหนังสือแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นต่อสหรัฐอเมริกา และมาเลเซียให้ทราบด้วยในฐานะที่เขาเป็นผู้สังเกตการณ์” นายนิกรเดชกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายไทยจะระงับการผ่อนผันเรื่องของแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยด้วย นายนิกรเดชกล่าวว่า ตนเพิ่งได้ทราบข่าวนี้ แต่เชื่อว่าที่ประชุม สมช.จะนำทุกอย่างไปหารือและพิจารณาร่วมกับข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มาจากหลายทาง เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และจะเป็นการส่งผลต่อการดำเนินมาตรการต่างๆ ของฝ่ายไทย จึงขอให้รอผลสรุปของการประชุม สมช.ในวันที่ 11 พฤศจิกายน

