แพ้ไม่ได้! ‘ทรัมป์’ เผย เศรษฐกิจมะกันพังแน่ หากศาลสูงล้มภาษีการค้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ว่าสหรัฐอเมริกาจะเผชิญกับหายนะทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ หากศาลสูงสุดตัดสินคัดค้านการใช้กฎหมายฉุกเฉินเพื่อจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนแก่ประเทศคู่ค้าทั่วโลก
ศาลสูงสุดของสหรัฐได้เริ่มการไต่สวนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่ในการจัดเก็บภาษีศุลกากรแก่ประเทศต่างๆ โดยใช้กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 1977 ผู้พิพากษา เอมี โคนีย์ บาร์เรตต์ ให้ความเห็นว่าหากศาลสูงสุดสั่งให้รัฐบาลสหรัฐคืนเงินที่ได้จากการเก็บภาษีดังกล่าวของทรัมป์ให้กับผู้นำเข้าสินค้าที่ได้จ่ายภาษีก็อาจทำให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นตามมาได้
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าศาลสูงสุดจะตัดสินอย่างไร และบริษัทต่างๆ จะมีสิทธิ์ได้เงินคืนจากรัฐบาลสหรัฐที่ได้เงินจากการเก็บภาษีดังกล่าวมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐหรือไม่หากทรัมป์แพ้คดีนี้ แต่ล่าสุด ทรัมป์บอกว่าหากรัฐบาลแพ้คดีในศาลสูงสุด ทางรัฐบาลอาจต้องคืนเงินที่ได้จากภาษีและการลงทุนต่างๆ เป็นเงินสูงถึงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทรัมป์เปิดเผยอีกว่าทางรัฐบาลมีแผนที่จะใช้เงินที่ได้จากภาษีศุลกากรที่จัดเก็บมาเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางเป็นเงิน 2,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 64,000 บาท รวมถึงจะใช้เงินที่เหลือจากภาษีศุลกากรเพื่อเอาไปลดหนี้ของสหรัฐ
ด้านนายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทรัมป์บอกว่าเดิมทีรัฐบาลสหรัฐจะใช้เงินที่ได้จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรแก่ประเทศคู่ค้าต่างๆ มาลดการขาดดุลการค้า แต่ตอนนี้ทางรัฐบาลมองเห็นโอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลที่ได้จากภาษีเพราะสหรัฐได้เงินจากการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปัญหาความไม่แน่นอนในเรื่องนโยบายภาษีของทรัมป์ทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงในช่วง 1 – 2 เดือนที่ผ่านมา เพราะชาวอเมริกันมีความกังวลต่อเศรษฐกิจและไม่พอใจต่อภาวะเงินเฟ้อ แม้ว่าทรัมป์จะบอกว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐลดลงนับตั้งแต่ที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง และอ้างว่าราคาอาหารและพลังงานกำลังลดลงเช่นกัน

