หน้าแรก ต่างประเทศ อากาศสหรัฐป่ว...

อากาศสหรัฐป่วนหนัก ฟลอริดา -2 องศา หิมะตกหนักในเกรตเลกส์ แคลิฟอร์เนียเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

12.11.25 | 10:38 น.
หิมะตกหนักริมทะเลสาบมิชิแกน / AP

อากาศสหรัฐป่วนหนัก ฟลอริดา -2 องศา หิมะตกหนักในเกรตเลกส์ แคลิฟอร์เนียเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

สภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วสหรัฐอเมริกาแปรปรวนหนัก โดยอุณหภูมิในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐลดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันก็เกิดหิมะตกหนักปกคลุมบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านรัฐแคลิฟอร์เนียมีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน

คลื่นความหนาวเย็นระลอกแรกของฤดูกาลได้พัดถล่มบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ จนเข้าสู่อุณหภูมิต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความตกใจให้กับประชาชนราว 18 ล้านคนที่อยู่ภายใต้ประกาศเตือนน้ำค้างแข็งทั่วพื้นที่ของรัฐแอละแบมา ฟลอริดา และจอร์เจีย ขณะเดียวกันหิมะหลายนิ้วก็ได้ปกคลุมพื้นที่บริเวณทะเลสาบเกรตเลกส์ทางตะวันออก ขณะที่มวลอากาศเย็นจัดเคลื่อนผ่าน

มวลอากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือซึ่งปกคลุมพื้นที่ 2 ใน 3 ของสหรัฐ ได้เคลื่อนจากที่ราบทางตอนเหนือมาทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อนหน้านั้นเพิ่งเผชิญกับลมแรงและหิมะในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐในวันอังคาร เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างกะทันหัน หลังจากเพิ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 21-27 องศาเซลเซียส ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้า

สก็อต คลีเบาเออร์ นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า สถิติอุณหภูมิต่ำสุดรายวันในบางแห่งถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง อาทิ สนามบินเมืองแจ็กสันวิลล์ รัฐฟลอริดา ที่มีอุณหภูมิต่ำสุดในเช้าวันอังคารอยู่ที่ -2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ -1.6 องศาเซลเซียส ในปี 1977 หรือเมื่อ 48 ปีก่อน

Advertisement

ทั้งนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ จะต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติอีกราว 2-3 วัน ก่อนที่อุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์

สภาพอากาศหนาวเย็นจัดฉับพลันทำให้รัฐฟลอริดาออก “คำเตือนอีกัวนาตกต้นไม้” โดยคลีเบาเออร์ นักพยากรณ์อากาศจากศูนย์พยากรณ์อากาศของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ กล่าวว่า อีกัวนาเริ่มตัวแข็งและร่วงจากต้นไม้เมื่ออุณหภูมิลดลงถึง 4 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เกิดขึ้นทั่วไปในตอนเหนือของรัฐฟลอริดาในวันอังคาร

คลีเบาเออร์กล่าวว่า เนื่องจากอีกัวนาเป็นสัตว์เลือดเย็น มันจะเข้าสู่โหมดเอาตัวรอดเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง โดยระบบร่างกายจะชะลอการทำงานลงจนแทบจะหยุด พวกมันไม่คุ้นชินกับอุณหภูมิแบบนี้ เพราะในแต่ละปีจะพบสภาพอากาศเช่นนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ภาพและโพสต์ของอีกัวนาที่นิ่งค้างเริ่มปรากฏให้เห็นบนโซเชียลมีเดีย ขณะที่ชาวฟลอริดาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคย

ผู้มาเยือนสวนสนุกในออร์แลนโดบางคนอาจรู้สึกเหมือนกลับไปยังเมืองหนาวที่พวกเขาเพิ่งจากมาเพื่อหนีหนาว เพราะต้องห่อตัวด้วยเสื้อผ้าหนาเมื่ออุณหภูมิลดลงใกล้จุดเยือกแข็ง ส่วนทางตอนใต้ของรัฐอย่างฟอร์ตลอเดอร์เดลและไมอามี อุณหภูมิช่วงเช้าตรู่ลดลงถึงระดับ 9 องศาเซลเซียส และแม้มีแสงแดด อุณหภูมิในวันอังคารก็คาดว่าจะไม่เกิน 21 องศาเซลเซียส

ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย หิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นที่ตั้งแต่ก่อนรุ่งสางวันที่ 11 พฤศจิกายน ทำให้เกิดอุบัติเหตุกว่า 10 ราย ก่อนที่พระอาทิตย์ขึ้นและสภาพถนนจะดีขึ้น

หิมะที่ตกสะสมมากกว่า 14 นิ้ว ในวันจันทร์และอังคาร ทำให้ศูนย์สกี White Grass Ski Touring Center ในหุบเขา Canaan ทางตอนเหนือของเทือกเขา Appalachian สามารถเปิดให้เล่นสกีข้ามประเทศได้

ขณะเดียวกันอากาศเย็นที่พัดผ่านเหนือผืนน้ำที่ค่อนข้างอบอุ่นกว่าของทะเลสาบเกรตเลกส์ ทำให้เกิดหิมะตกหนักในหลายชุมชนริมทะเลสาบ รวมถึงพื้นที่ทางตอนในของรัฐเพนซิลเวเนียและนิวยอร์ก คาดว่าหิมะที่เกิดจากผลกระทบของทะเลสาบเช่นนี้จะเพิ่มขึ้นอีกในวันอังคาร และนักพยากรณ์อากาศคาดว่าระบบพายุใหม่จะทำให้หิมะตกเพิ่มขึ้นอีกในวันพุธ

นอกจากหิมะแล้ว ยังมีลมแรงและอากาศหนาวจัด ทำให้อุณหภูมิจากแรงลมลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอย่างมาก ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่ค่อยพบเห็นในช่วงต้นฤดูกาล คาดว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นราว 10 องศาเซลเซียส ภายในปลายสัปดาห์นี้

ชุมชนที่อยู่ทางใต้ของทะเลสาบอีรีและทะเลสาบออนแทรีโอก็เจอกับคำเตือนสภาพอากาศฤดูหนาวในวันอังคาร โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีหิมะตกเพิ่มอีก 2–6 นิ้ว ในบางเมืองของรัฐนิวยอร์ก เช่น น้ำตกไนแองการา โรเชสเตอร์ บัฟฟาโล ซีราคิวส์ และเจมส์ทาวน์ สำหรับหลายพื้นที่นี่เป็นหิมะแรกของฤดูกาล ซึ่งโดยปกติจะมีหิมะสะสมมากถึงราว 100 นิ้ว หรือมากกว่านั้นภายในฤดูใบไม้ผลิ

ยอดปริมาณหิมะสูงสุดของวัน คาดว่าจะอยู่ที่ 6-9 นิ้วในพื้นที่ที่มีหิมะตกชุกอยู่แล้วอย่างที่ราบสูงทักฮิล ซึ่งอยู่ระหว่างทะเลสาบออนแทรีโอและเทือกเขาอะดีรอนแด็ก ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก ขณะที่ลมแรงจัดและหิมะตกหนักทำให้เกิดสภาพถนนที่อันตรายในคืนวันจันทร์ รวมถึงมีการเตือนพายุหิมะเฉียบพลันตามทางหลวงสาย 80 ในตอนกลางของรัฐเพนซิลเวเนีย ส่วนบางพื้นที่ของรัฐเวอร์มอนต์มีหิมะตกสูงสุดถึง 8 นิ้ว ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก

ในเวลาเดียวกันทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ สิ่งที่เรียกว่า “แม่น้ำบรรยากาศ” หรือกระแสไอน้ำที่มีความยาวซึ่งไหลเวียนอยู่บนท้องฟ้า กำลังมุ่งหน้าสู่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักและหิมะบนภูเขามาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ มวลอากาศชื้นขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากความชื้นเขตร้อนเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกจะเริ่มพัดเข้ามาทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกตั้งแต่วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน ก่อนจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปทางตอนใต้ คาดว่าบางพื้นที่ของเทือกเขาเซียร์ราเนวาดาจะมีหิมะตกมากกว่าหนึ่งฟุต

ชาวแคลิฟอร์เนียราว 2 ล้านคนเผชิญกับความเสี่ยงเล็กน้อย ที่จะเจอกับฝนตกหนักเกินปกติในวันพุธ แต่สก็อต คลีเบาเออร์ นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า คำเตือนนี้จะขยายครอบคลุมประชาชนมากกว่า 21 ล้านคนภายในวันพฤหัสบดี เมื่อพายุเคลื่อนลงทางใต้ ซึ่งรวมถึงนครลอสแอนเจลิสด้วย อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณภูเขาและเนินเขาทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง

นักพยากรณ์ยังเตือนด้วยว่า ฝนตกที่หนักอาจไม่สามารถซึมลงในดินที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ได้ดีนัก ทำให้พื้นที่เหล่านั้น รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำ มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำไหลบ่าฉับพลัน ดินถล่ม หรือเศษซากต่างๆ ไหลบ่ามาตามน้ำได้