หน้าแรก ต่างประเทศ อัยการเกาหลีใ...

อัยการเกาหลีใต้ดำเนินคดี 53 คนที่ถูกส่งตัวกลับจากเขมร ฐานฉ้อโกงกว่า 200 ล้าน เร่งล่าตัวหัวหน้าแก๊ง

12.11.25 | 18:17 น.
REUTERS/File Photo

อัยการเกาหลีใต้ดำเนินคดี 53 คนที่ถูกส่งตัวกลับจากเขมร ฐานฉ้อโกงกว่า 200 ล้านบาท เร่งล่าตัวหัวหน้าแก๊ง อายัดทรัพย์สมาชิกแก๊ง-หัวหน้า 

เว็บไซต์ chosun รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สำนักงานอัยการเขตแทจอน สาขาฮงซอน เกาหลีใต้ แจ้งว่า ได้จับกุมตัวและฟ้องร้องผู้ต้องสงสัย 53 คน ข้อหา ละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกู้คืนความเสียหายทางการเงินที่เกิดจากการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม ในจำนวนนี้ เป็น 45 คนที่ถูกส่งตัวกลับเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ทางการกัมพูชาได้เข้าจับกุมตัว

ข่าวระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 53 คน ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกแก๊งอาชญากร ไม่ใช่แค่ผู้ร่วมกระทำผิดรายบุคคล ซึ่งมี “บูยอน” (นามแฝง) อายุกว่า 40 ปี เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยแก๊งนี้ ปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชาและไทย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว จนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อ 110 ราย สร้างความหายหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,400 ล้านวอน หรือราว 208 ล้านบาท

องค์กรนี้ ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 200 คน ที่การจัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบ โดยมีตำแหน่งตั้งแต่ ผู้นำ รองผู้นำ ผู้จัดการ หัวหน้าทีม และลูกทีม ที่ได้ก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกให้รัก (Romance Scam) , คอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุนเหรียญคริปโท และการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
แก๊งนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น ทีมผู้เชี่ยวชาญตามประเภทของอาชญากรรมโดยเฉพาะ ได้แก่ ทีมหลอกให้รัก , ทีมคอลเซ็นเตอร์ ,ทีมหลอกลงทุนเหรียญคริปโท และทีมหลอกแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยจะมีบทบาทแบ่งเป็น คนแชต คือผู้ที่ล่อลวงเหยื่อ โดยสร้างความสัมพันธ์เบื้องต้น , ผู้ที่รับผิดชอบในการโทรศัพท์ เช่นทีมคอลเซ็นเตอร์ , ทีมนักฆ่า ผู้ที่คอยโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงิน ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการหลอกลวง และหัวหน้าทีม ซึ่งจะเป็นผู้ที่จัดการฝึกอบรมและดูแลผลงานของลูกทีม

ทั้งนี้ ทีมหลอกให้รัก จะหลอกลวงเหยื่อผู้ชายบนแอพพลิเคชั่นหาคู่ โดยใช้ภาพถ่ายปลอมที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีดีพเฟค และเสียงของผู้หญิงที่เป็นสมาชิกในทีม แอบอ้างว่า จำเป็นต้องมีค่าธรรมเนียมในการยืนยันเว็บไซต์ เพื่อที่จะได้นัดพบกัน และหลอกเงินไปได้ 2,730 ล้านวอน

Advertisement

ขณะที่ทีมคอลเซ็นเตอร์ จะแอบอ้างว่าเป็นอัยการ หลอกลวงเหยื่อให้เชื่อว่า พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในการออกบัตรเครดิต และหลอกเงินไปได้รวม 6,010 ล้านวอน

ส่วนทีมเหรียญคริปโท จะล่อลวงเหยื่อด้วยการกล่าวอ้างเท็จว่า เหรียญที่จดทะเบียนในตลาดเล็กๆนั้น กำลังจะถูกนำไปจดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลัก และหลอกเงินไปได้ 470 ล้านวอน

สำหรับทีมหลอกแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ได้แสร้งทำเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่น เข้าหาร้านค้าในพื้นที่ พร้อมกับคำสั่งซื้อปลอมที่มีปริมาณมาก และหลอกเงินเหยื่อไปได้ 180 ล้านวอน โดยการขอให้ร้านค้าไปซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่กำหนด

ทั้งนี้ ระหว่างการสืบสวน อัยการได้ระบุตัวตนของ “บูยอน” ผู้นำแก๊ง และได้ออกหมายจับ พร้อมออกหมายแดงผ่านองค์การตำรวจสากล พร้อมระบุว่า ขณะนี้กำลังประสานงานกับคณะทำงานเฉพาะกิจผู้กระทำความผิดคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามตัวและนำตัวมาดำเนินคดี

นอกจากนี้ อัยการยังได้ยืนยัน และจับกุมตัวผู้ชักชวนในประเทศ ซึ่งได้รับค่าหัวคิว 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,500 บาท) ต่อการชักชวนคนได้ 1 คน และได้มีการฟ้องร้องคนเหล่านี้ทั้งหมดพร้อมกัน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการฟอกเงิน อัยการได้อายัดบัญชีซื้อขายคริปโท จำนวน 89 บัญชี ที่อยู่ภายใต้ชื่อของผู้ต้องสงสัย รวมถึงการระงับการชำระเงินด้วย

อัยการระบุว่า อัยการได้ยื่นคำร้องขออายัดทรัพย์สิน ทั้งทางการเงิน และสินทรัพย์เสมือนของผู้ต้องสงสัย เพื่อยึดผลประโยชน์จากอาชญากรรมและนำเงินคืนเหยื่อ พร้อมเสริมว่า จะประสานงานอย่างแข็งขัน กับสำนักงานอัยการสูงสุดและกระทรวงยุติธรรมเพื่อจับกุมตัวผู้นำแก๊งที่ยังหลบหนีอยู่