หน้าแรก ต่างประเทศ ด่วน! สหรัฐ ค...

ด่วน! สหรัฐ คว่ำบาตรบริษัทไทย-กะเหรี่ยง DKBA เอี่ยวสแกมเมอร์ในพม่า

13.11.25 | 13:54 น.

ด่วน! สหรัฐ คว่ำบาตรบริษัทไทย-กะเหรี่ยง DKBA เอี่ยวสแกมเมอร์ในพม่า

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่องการขึ้นบัญชีดำกองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตย หรือ DKBA (Democratic Karen Benevolent Army) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในพม่า พร้อมด้วยผู้นำระดับสูง 4 คน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ หรือ สแกมเซ็นเตอร์ ในพม่า ที่มีเป้าหมายหลอกลวงชาวอเมริกันด้วยการหลอกให้ลงทุน

OFAC ยังได้ขึ้นบัญชีดำ บริษัท ทรานส์ เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Trans Asia International Holding Group Thailand Company Limited) , บริษัท โทรธ์ สตาร์ จำกัด (Troth Star Company Limited) และนายชำนาญ สว่าง (Chamu Sawang) ซึ่งเป็นชาวไทย ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมจีน และทำงานร่วมกับ DKBA และกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ เพื่อพัฒนาศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ โดยรายได้ที่เกิดจากคนงานที่ศูนย์หลอกลวง มักจะเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ที่ถูกหลอกให้ไปทำงานสนับสนุนองค์กรอาชญากรรม และทำให้ DKBA สามารถจัดหาเงินทุนสำหรับกิจกรรมที่เป็นอันตรายได้

นายจอห์น เค.เฮอร์ลีย์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง ดูแลด้านการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมที่ดำเนินการจากพม่า กำลังขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากชาวอเมริกันที่ทุ่มเททำงาน ผ่านการฉ้อโกง โดยเครือข่ายเดียวกันนี้ยังมีการค้ามนุษย์ และช่วยเติมเชื้อไฟให้กับสงครามกลางเมืองอันโหดร้ายของพม่า ซึ่งฝ่ายบริหารจะยังคงใช้เครื่องมือทุกอย่างที่เรามีเพื่อตามล่าอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ ไม่ว่าจะดำเนินการอยู่ที่ใดก็ตาม และเพื่อปกป้องครอบครัวชาวอเมริกันจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ

ทั้งนี้ แถลงการณ์ ระบุว่า การดำเนินการนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือกัน ระหว่าง สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) , สำนักงานภาคสนามซานดิเอโก , สำนักงานอัยการสหรัฐ ประจำเขตโคลัมเบีย , กองปราบปรามอาชญากรรมของกระทรวงยุติธรรม , หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ (USSS) และ สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA)

Advertisement

นอกจากนี้ สำนักงานอัยการสหรัฐ ประจำเขตโคลัมเบีย ร่วมกับกองปราบปรามอาชญากรรมของกระทรวงยุติธรรม, สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) และหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ (USSS) ยังได้ประกาศจัดตั้ง ‘คณะทำงานปราบปรามศูนย์หลอกลวง’ (Scam Center Strike Force) อีกด้วย เนื่องจากตระหนักถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงของศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อชาวอเมริกัน คณะทำงานชุดนี้จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่และอัยการจากหน่วยงานเหล่านี้ทั่วประเทศ ทำหน้าที่สืบสวน ขัดขวาง และดำเนินคดีกับศูนย์หลอกลวงที่ชั่วร้ายที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำของพวกเขา โดยมุ่งเน้นไปที่พม่า กัมพูชา และลาว

โดยคณะทำงานปราบปรามศูนย์หลอกลวงจะทำงานร่วมกับ OFAC , กระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีของรัฐบาลในการขัดขวางศูนย์ฉ้อโกงในระดับสูงสุด ผ่าน การคว่ำบาตร , การยึดทรัพย์สิน , การดำเนินคดีอาญาต่อตัวบุคคล , การรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ เพื่อไม่ให้อาชญากรใช้เป็นช่องทางการสนับสนุนและปกป้องเหยื่อชาวสหรัฐ ผ่านการให้ความรู้สาธารณะและการชดใช้ความเสียหาย

ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ ได้ระบุถึง หนึ่งในศูนย์ที่มีการดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์ ที่พุ่งเป้าและขโมยเงินจากอมเริกัน คือศูนย์ไท้ชาง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของพม่า ศูนย์นี้อยู่ในพื้นที่ควบคุมโดย DKBA ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนระบอบการปกครองของทหารพม่า โดยศูนย์ไท้ชางถูกก่อตั้งโดย ซาย จ่อ ลา นายพลจัตวาและผู้นำระดับสูงของ DKBA ร่วมกับ ทรานส์ เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประเทศไทย ที่ทำหน้าที่เป็นฉากหน้าสำหรับ TCOs (กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ) จากประเทศจีน เพื่อลงทุนในศูนย์หลอกลวง

โดย ทรานส์ เอเชีย ยังได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึง KNA ที่ถูก OFAC ขึ้นบัญชีดำไปแล้ว และบริษัท โทรธ์ สตาร์ ที่ตั้งอยู่ในพม่า เพื่อพัฒนาศูนย์หลอกลวงอื่นๆ ซึ่งรวมถึงศูนย์ฮวนหยา และศูนย์ที่ฉาวโฉ่อย่าง เคเคปาร์ค ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งผู้ดำเนินการหลอกลวงที่ทำงานในศูนย์เหล่านี้ ยังได้พุ่งเป้าและขโมยเงินจากพลเมืองสหรัฐบ่อยครั้ง

OFAC ยังได้ดำเนินการต่อต้านผู้นำระดับสูงของ DKBA และ ทรานส์ เอเชีย ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากรายได้จากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ บุคคลที่เป็นผู้นำระดับสูงเหล่านี้ ได้แก่ ซอว์ สตีล ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ DKBA , ซอว์ เส่ง วิน ผู้ช่วยนายพลของ DKBA และ ซอว์ ซาน อ่อง เสนาธิการของ DKBA ส่วนนายชำนาญ สว่าง หรือที่รู้จักกันในชื่อ หวี เจี้ยนจวิน เป็นผู้อำนวยการของ ทรานส์เอเชีย โดยเหตุผลที่นายชำนาญ ถูกขึ้นบัญชีดำ เพราะเป็นผู้นำหรือเจ้าหน้าที่ของ ทรานส์ เอเชีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกอายัพทรัพย์สินไว้แล้ว