หน้าแรก ต่างประเทศ บุกจับคาแมนชั...

บุกจับคาแมนชั่นหรูในซิดนีย์ หมอดูฮวงจุ้ย หลอกชาวเวียดนาม สูญเงินกว่าพันล้าน

13.11.25 | 18:10 น.
ภาพจาก New South Wales Police Force

บุกจับคาแมนชั่นหรูในซิดนีย์ หมอดูฮวงจุ้ย หลอกชาวเวียดนาม สูญเงินกว่าพันล้าน

บีบีซีรายงานว่า หญิงที่อ้างว่าตัวเองเป็นหมอดูฮวงจุ้ยและทำนายโชคชะตาได้ และลูกสาว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัว หลังจากก่อเหตุตุ๋นลูกค้ากลุ่มเปราะบางเป็นเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

โดยหญิงวัย 53 ปี และลูกสาววัย 25 ปี ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมตัวที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ในเขตโดเวอร์ ไฮต์ส ย่านชานเมืองหรูทางตะวันออกของนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังการบุกตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

ภาพจาก New South Wales Police Force

ข่าวระบุว่า หญิงวัย 53 ปีรายนี้ อ้างตัวว่าเป็นหมอดูฮวงจุ้ย และหมอดูทำนายอนาคตได้ ถูกกล่าวหาว่าแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มชาวเวียดนาม ที่มีปัญหาและมีความอ่อนไหว ในออสเตรเลีย เป็นเงินเกือบ 70 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,485 ล้านบาท) ด้วยการบอกกับลูกค้าเหล่านั้นว่า เห็นมหาเศรษฐีมาปรากฏในอนาคตของลูกค้า แล้วโน้มน้าวให้ลูกค้าไปกู้ยืมเงินมา ก่อนที่เธอจะหักส่วนแบ่งของเงินกู้นั้นไว้
โดยหญิงวัย 53 ปี ไม่ได้รับการประกันตัว และมีกำหนดจะปรากฏตัวต่อศาลวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ส่วนลูกสาววัย 25 ปี ได้รับการประกันตัว และมีกำหนดจะขึ้นศาลในเดือนมกราคมปีหน้า

ข่าวระบุว่า ผู้เป็นแม่ ถูกตั้งข้อหา 39 กระทง ซึ่งรวมทั้งข้อหาชี้นำกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรม และการได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินโดยทุจริตผ่านการหลอกลวง

Advertisement

ส่วนลูกสาวถูกตั้งข้อหา 7 กระทง ซึ่งรวมถึงข้อหา การจัดการกับเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมโดยประมาท และการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาชญากรรม

รายงานระบุว่า ระหว่างการบุกจับกุมตัว ที่แมนชั่นสุดหรูนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเอกสารทางการเงิน โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าถือสุดหรู ทองคำแงน้ำหนัก 40 กรัม และชิปกาสิโนมูลค่า 6,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ตำรวจกล่าวว่า ผู้เป็นแม่เป็นสมาชิกที่ทรงอิทธิพลและได้รับความไว้วางใจในชุมชนของเธอ และในฐานะหมอดู เธอจะดูดวงให้กับลูกค้า ซึ่งบางรายก็เปิดเผยว่า กำลังประสบปัญหาทางการเงิน จากนั้น เธอจะทำนายว่า จะมีมหาเศรษฐีมาช่วยเหลือพวกเขา และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในไม่ช้า หากพวกเขายอมกู้ยืมเงิน

ข่าวแจ้งว่า นอกเหนือจากการจับกุมตัวแล้ว เจ้าหน้าที่สอบสวน ยังได้ยึดทรัพย์ราว 15 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นอกเหนือจากทรัพย์สินมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ถูกยึดไปแล้วจากการสอบสวนในวงกว้างของขบวนการนี้ ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว

โดยตำรวจได้ริเริ่มคณะทำงานเฉพาะกิจมิดเดิลตัน เพื่อทำการสอบสวนกลุ่มอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยไป เพื่อขอสินเชื่อสำหรับ “รถยนต์ผี” ซึ่งหมายถึงรถหรูที่ไม่มีอยู่จริง

กอร์ดอน อาร์บินจา ผู้บัญชาการชุดปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน รัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากการสอบสวนเรื่องการจัดหาเงินกู้รถยนต์ฉ้อโกง และได้ขยายไปสู่การเปิดโปงหนึ่งในขบวนการอาชญากรรมทางการเงินที่ซับซ้อนที่สุด เท่าที่ตนเคยเห็นมาตลอดอาชีพการทำงาน ในการเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า กิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมนี้ รวมถึง การฉ้อโกงเงินกู้ส่วนบุคคล เงินกู้ธุรกิจ และเงินกู้บ้านขนาดใหญ่ ต่อสถาบันการเงินหลายแห่ง

จากการสืบสวนของ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ (SMH) พบว่า แม่ลูกคู่นี้ มีส่วนเชื่อมโยงกับสิ่งที่ถูกเรียกว่า “แก๊งเพนต์เฮาส์” เนื่องจากผู้บงการหลักถูกกล่าวหาว่าพักอาศัยอยู่ในห้องเพนต์เฮาส์ที่ซิดนีย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 18 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

โดยตำรวจ ยืนยันว่า กลุ่มนี้ได้ฉ้อโกงธนาคารรายใหญ่ของออสเตรเลีย มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ทุจริตให้การอนุมัติสินเชื่อ เพื่อช่วยให้ขบวนการนี้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในซิดนีย์ และมีผู้ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาไปแล้วกว่าสิบคน ด้วยข้อหาที่หลากหลาย เช่น การฉ้อโกงและการฟอกเงิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดีที่ใหญ่ที่สุดในลักษณะนี้ของออสเตรเลีย

ตำรวจกล่าวด้วยว่า พวกเขาคาดว่าจะมีการจับกุมเพิ่มเติมอีก โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้เอื้ออำนวยความสะดวกทางวิชาชีพของกลุ่มอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงทนายความ นักบัญชี และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์