หมายเหตุ”มติชน” – อิสรา สุนทรวัฒน์ เป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมัชชารัฐสภาอาเซียน “มติชน”จึงถือโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรและเป้าหมายในการทำงานบนเก้าอี้ที่น่าสนใจนี้
๐คนทั่วไปยังไม่คอยรู้จักสมัชชารัฐสภาอาเซียน(ไอป้า)เท่าใดนัก
การรวมตัวของสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเริ่มขึ้นตั้งแต่ 40 ปีก่อน โดยเมื่อเริ่มแรกสมาชิกรัฐสภาจาก 5 ประเทศที่ร่วมก่อตั้งอาเซียนอยากมีเวทีที่จะมาแสดงความเห็น หรือมีแนวร่วมในการกำหนดทิศทางของรัฐสภาอาเซียน ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นไอโป้ หรือ ASEAN Parliament Organization เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งในยุคนั้นประเทศสมาชิกที่หมุนเวียนมาทำหน้าที่ประธานและเลขาธิการไอโป้จะมาจากสมาชิกอาเซียนชาติเดียวกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการทำงานไม่มีความต่อเนื่องและไม่มีประสบการณ์
ต่อมาจึงคิดกันว่าน่าจะมีการตั้งสำนักเลขาธิการขององค์กรขึ้น โดยให้ผู้ที่ทำหน้าที่เลขาธิการอยู่ในตำแหน่งโดยมีวาระ 3 ปี โดยมีสำนักเลขาธิการอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จึงเปลี่ยนเป็นไอป้า หรือ ASEAN Inter-Parliamentary Assembly ก่อตั้งขึ้นมา 10 ปีแล้ว โดยให้สิทธิแต่ละประเทศที่จะเสนอชื่อผู้มาดำรงตำแหน่ง ผมได้เป็นเลขาธิการไอป้าก็เพราะเป็นตัวแทนไทยซึ่งผ่านการคัดเลือกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2559 และจะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2562 ก่อนหน้าผมผู้ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการไอป้าจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์
ยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักไอป้า แต่ถ้าจะวาดภาพให้เข้าใจการทำงานของไอป้าชัดเจนขึ้นก็ต้องเปรียบอาเซียนว่าเป็นรถฟอร์มูล่า 1 ที่คนมองอย่างชื่นชมเพราะมีความโดดเด่น คนขับรถคือประชาชนในอาเซียน แต่สิ่งที่จะทำให้รถขับเคลื่อนไปได้ก็คือไอป้า เพราะเมื่อผู้นำอาเซียนได้ออกนโยบายร่วมกันในระดับประเทศ ก็ต้องมีกฎหมายเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนความตกลงต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของไอป้าที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เหล่านั้นผ่านการออกกฎหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในระดับประเทศ
อย่างไรก็ดีไอป้าไม่ใช่การสร้างรัฐสภาของอาเซียนในลักษณะเดียวกับรัฐสภาของสหภาพยุโรป(อียู) เพราะอาเซียนและอียูต่างกัน ไอป้าไม่ได้มีกฎหมายบังคับ ชาติสมาชิกไม่ได้มีพันธกรณีผูกพันตามกฎหมาย เมื่อมีข้อมติต่างๆ เราบอกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ต้องทำ เมื่อมีข้อมติอะไรก็ตามจะส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ อยู่ที่เขาจะรับไปดำเนินการหรือไม่
๐การพบปะระหว่างผู้แทนไอป้ากับผู้นำอาเซียนถูกมองว่าไม่มีผลใดๆ มากนัก
ถ้าจะกล่าวหาว่าผู้แทนไอป้ามาพบกับผู้นำอาเซียนแล้วกลับ ก็ไม่ต่างอะไรกับที่ผู้นำประเทศมาเจอกันแล้วต่างก็แยกย้ายกลับ สิ่งที่เชื่อมโยงอาเซียนคือแนวทางแบบอาเซียน การไม่เผชิญหน้าหรือการพูดในที่ๆ ไม่ใช่ทางการ การพบกันระหว่างผู้นำรัฐสภาและผู้นำประเทศของอาเซียนอาจไม่หวือหวาแต่อย่างน้อยการมีเวทีให้พบปะหารือกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
เวทีการพบปะระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนรัฐสภาเริ่มต้นขึ้นครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียนเมื่อ 8 ปีก่อน อย่างน้อยการเริ่มต้นครั้งนั้นก็ทำให้ฝ่ายบริหารเห็นว่าอาเซียนไม่ได้เป็นเรื่องของภาครัฐเท่านั้น แต่ต้องมีการพบปะพูดคุยกับทุกภาคส่วนด้วย ซึ่งก็ขึ้นกับบทบาทและการวางตัวของไอป้าเองว่าจะทำอย่างไรให้เห็นที่รู้จักและคนเห็นบทบาทมากขึ้น
๐ทำหน้าที่มาครึ่งปีเป็นอย่างไรบ้าง
ต้องยอมรับว่าองค์กรของเราไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เศร้าใจเพราะเราก่อตั้งมานานถึง 40 ปีแล้ว แต่มองว่าเลขาธิการไอป้าที่ผ่านมาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มีวันนี้ได้ เริ่มจากศูนย์จนมามีระบอบระบบ จะได้นำสิ่งนี้ไปเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรต่อไป ไม่มีใครผิดแต่เป็นวิวัฒนาการ
เนื่องจากอยู่มา 40 ปี แนวทางการทำงานมักจะเป็นไปตามกรอบที่เคยทำๆ กันมา แต่โลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก เราอยากนำเสนอวิธีที่แตกต่างให้เข้ากับโลกในขณะนี้
แม้อาเซียนจะเป็นองค์กรระดับภูมิภาค แต่คนในอาเซียนจะไม่รู้สึกใกล้ชิดหรือเชื่อมโยงเป็นปึกแผ่นกัน เราเป็นประชาคมแต่ในนาม คนไม่ค่อยสนใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่สัมผัสได้คืออาเซียนยังไม่ได้เป็นองค์กรเพื่อประชาชนจริงๆ แม้เราจะอ้างว่าเราทำงานเพื่อประชาชน แต่ประชาชนยังไม่รู้สึกมีส่วนร่วม
ในฐานะเลขาธิการไอป้าจึงอยากให้ประชาชนรู้สึกว่าไอป้าเป็นองค์กรที่เขามีส่วนร่วมได้ เป็นเวทีที่เขาสามารถแสดงความเห็นและความรู้สึกผ่านเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำ
ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้เป็นเลขาธิการไอป้าจะพยายามทำงานเพื่อให้ไอป้าเป็นที่รู้จักของคนในอาเซียน เพื่อให้รู้ว่ามีคนไทยตั้งใจที่จะทำงานให้กับอาเซียนและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

