นายกฯญี่ปุ่น เจอกระแสตีกลับ ปมเรียกทีมงานประชุมตอนตี 3
นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รับรู้ว่าเป็นคนทำงานที่ขยันขันแข็ง กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม หลังจากเธอปรากฎเป็นข่าวในสื่อท้องถิ่นว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอได้เรียกทีมงานมาประชุมตอนตี 3 เพื่อเตรียมการสำหรับที่เธอจะร่วมประชุมรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในเช้าวันเดียวกัน เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น หลังจากไม่กี่ปีมานี้ได้เกิดกรณีอันน่าตกตะลึงเกี่ยวกับโรคคาโรชิ หรือ การเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป
เสียงวิจารณ์ส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า การเรียกประชุมทีมงานของนางทาคาอิจิในยามวิกาลดังกล่าว ซึ่งใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงนั้น อาจส่งผลกระทบรุนแรงที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ และอีกส่วนหนึ่งกล่าวว่า นางทาคาอิจิกำลังสร้างภาระที่ไม่จำเป็นให้กับทีมงานของเธอ
โดยนายโยชิฮิโกะ โนดะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจุบันเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้าน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจเรียกประชุมทีมงานดังกล่าวของนางทาคาอิจิว่า “บ้าไปแล้ว” และว่า “เธอจะทำงานเองก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรให้คนอื่นต้องมาร่วมด้วย ทุกคนกำลังนอนอยู่ในเวลานั้น มันเป็นทัศนคติที่น่าเศร้าสำหรับผู้นำสูงสุดของประเทศที่จะแสดงออกมา”
ด้านนางทาคาอิจิได้พยายามชี้แจงสถานการณ์ดังกล่าวหลังตกเป็นประเด็นว่า เครื่องแฟกซ์ที่บ้านของเธอมีปัญหา เธอจึงตัดสินใจไปที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ซึ่งเธอยังไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ เพื่อที่จะตรวจสอบเอกสารสรุปล่วงหน้าสำหรับการประชุมงบประมาณในที่ประชุมรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเวลา 09.00 น.ของวันเดียวกัน
นางทาคาอิจิกล่าวต่อรัฐสภาในวันเดียวกันนั้น โดยยอมรับว่าการเตรียมงานในช่วงเช้าตรู่ของเธอ ได้ก่อความไม่สะดวกให้กับทีมงานของเธอ แต่นั่นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะร่างคำตอบสำหรับสมาชิกสภาที่ตั้งกระทู้ถามในประเด็นต่างๆ
อย่างไรก็ตาม มีผู้สนับสนุนนางทาคาอิจิส่วนหนึ่งที่ออกมาปกป้องเธอ รวมถึงส.ส.ในพรรคเสรีประชาธิปไตย(แอลดีพี)ที่กล่าวโทษฝ่ายค้านว่าเป็นต้นเหตุเพราะส่งกระทู้คำถามมาล่าช้าเกินไป
“แม้แต่นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิที่เป็นคนบ้างาน ก็ไม่น่าจะอยากอยู่ทำงานตอนตี 3” มิโดริ มัตสึชิมะ ส.ส.พรรคแอลดีพี โพสต์บนปกป้องบน X
ผู้นำภาคธุรกิจบางคนก็ออกมาสนับสนุนนางทาคาอิจิ โดยกล่าวว่าพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโวยวายเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานของเธอ โดยนายเคนจิ โคชิโอะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ชินเดนกิ ซึ่งเป็นบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กในเมืองโกเบ โพสต์บนบล็อกของเขาว่า ทหาร ตำรวจ นักดับเพลิง และบุคลากรทางการแพทย์ ต่างก็ถูกคาดหวังให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แล้วทำไมนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นถึงจะทำงานแบบนั้นไม่ได้? ทำไม่ไม่เลิกไร้สาระแล้วรู้สึกขอบคุณคนที่ทำงานหนักเพื่อประชาชนญี่ปุ่นบ้างล่ะ?
ประเด็นถกเถียงนี้เกิดขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาผ่อนคลายเพดานชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเป็นแนวคิดที่นางทาคาอิจิออกมาสนับสนุนเมื่อเร็วๆ นี้ โดยชี้ว่านั่นเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ขณะที่ปัจจุบัน ญี่ปุ่นจำกัดการทำงานล่วงเวลาอยู่ที่ 45 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งมีผลมาตั้งแต่ในปี 2019 หลังการเสียชีวิตของนางสางมัตซูริ ทาคาฮาชิ พนักงานของ เดนสึ บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ ซึ่งเสียชีวิตจากการทำอัตนิวิบาตกรรมในปี 2016 หลังจากเธอทำงานล่วงเวลามากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน

