ISC เรียกร้อง ‘ไทย-กัมพูชา’ ดำเนินการตามหลักการที่ตกลงกันไว้ พร้อมขอให้ไทยปล่อยเชลยศึก เพื่อแสดงถึงเจตนาที่ดี
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน เว็บไซต์เฟรชนิวส์ รายงานว่า การประชุมประธานรัฐสภาระหว่างประเทศ หรือ ISC (Inter-Parliamentary Speakers Conference) ได้ติดตามพัฒนาการความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พร้อมกับได้แสดงความชื่นชมต่อคำแถลงร่วมเพื่อสันติภาพ ที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยาน
อย่างไรก็ตาม ISC มีความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานล่าสุด ที่อ้างว่า ทางการไทยได้อนุมัติให้ระงับปฏิญญาร่วมดังกล่าว และได้อนุญาตให้มีการปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้กัมพูชา ทำให้ข้อตกลงสันติภาพที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ เปราะบางอย่างยิ่ง
โดยปฏิญญาร่วมดังกล่าว ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งของทั้งสองประเทศ ในการยุติการกระทำอันเป็นปรปักษ์ , ป้องกันความเสียหาย และการพลัดถิ่นของประชากร ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิต ด้วยการระงับการคุกคามหรือการใช้กำลัง การยุติข้อพิพาทอย่างสันติ การเคารพต่อพรมแดนระหว่างประเทศ และกฎหมายระหว่างประเทศ และส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ในเรื่องเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดน และอัตลักษณ์แห่งชาติ
ISC ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายร่วมกัน และส่งเสริมหลักการของความสัมพันธ์ที่พึ่งพาอาศัยกัน ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และค่านิยมร่วมกันที่เป็นสากล เพื่อสันติภาพ , ความมั่นคง และการพัฒนา
ดังนั้น ISC ขอเรียกร้องอย่างจริงจัง ในการให้ทั้งสองฝ่ายเคารพอย่างแข็งขันและดำเนินการตามหลักการที่ตกลงกันไว้ในปฏิญญาร่วมอย่างสมบูรณ์ เพื่อลดความตึงเครียด ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสันติภาพตามแนวชายแดน แก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ภายใต้จิตวิญญาณแห่งความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่ดี , มิตรภาพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนทำงานเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต และผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองประเทศและภูมิภาค
ISC ยังเรียกร้องให้ไทย ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกจับกุมตัวหลังข้อตกลงหยุดยิง มีผลบังคับใช้ เพื่อแสดงออกถึงความปรารถนาและเจตนาที่ดี ในการส่งเสริมความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และการสร้างความไว้วางใจ เพื่อสันติภาพ และความมั่นคง ตามหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งให้เกียรติต่อวิสัยทัศน์การสร้างประชาคมอาเซียน ที่ตั้งอยู่บนจิตวิญญาณของความเท่าเทียมกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม


