ฮุน มาเนต โร่ฟ้อง ปธ. UNSC 5 ข้อ จี้ประชุมด่วน อ้างไทยทำร้ายพลเรือน ละเมิดกม.ร้ายแรง
“มติชน” พบว่า สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 12 พฤศจิกายน ถึง นาย ไมเคิล อิมราน คานู ผู้แทนถาวรเซียร์ราลีโอนประจำสหประชาชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเป็นการส่งจดหมายอย่างรวดเร็วในวันเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์ล่าสุดที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยได้ยิงใส่พลเรือน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ความว่า
ท่านประธานที่เคารพ
ข้าพเจ้าขอเรียนให้ท่านทราบด้วยความเคารพถึงเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นการกระทำอันรุนแรงด้วยความจงใจ โดยกองทัพไทยต่อพลเรือนกัมพูชาที่ปราศจากอาวุธ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 เวลา 15:50 น. และอีกครั้งเวลา 17:54 น. กองทัพไทยได้เปิดฉากยิงใส่พลเรือนกัมพูชาในหมู่บ้านเปรยจัน ตำบลอูเบยจวน อำเภออูจรอว จังหวัดบันเตียเมีนยเจย โดยปราศจากการยั่วยุใดๆ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 คน
การใช้กำลังร้ายแรงต่อพลเรือนถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง และขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ รวมทั้งปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงสันติภาพที่กัมพูชาและไทยลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 โดยมี ฯพณฯ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ ฯพณฯ ดาโตะ เซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน
การสังหารและทำร้ายพลเรือนที่ไม่มีอาวุธโดยเจตนา ถือเป็นการละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการท้าทายโดยตรงต่อกรอบสันติภาพที่กำหนดไว้ภายใต้ปฏิญญาร่วมดังกล่าว กัมพูชาจึงเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เป็นอิสระ และเป็นกลาง เพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบโดยเต็มที่ ประเทศไทยจะต้องยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมดทันที งดเว้นจากการใช้กำลัง และปฏิบัติตามพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิญญาร่วมอย่างเต็มที่
ข้าพเจ้าขออ้างถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการโจมตีครั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 ทหารไทยหลายนายได้ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในดินแดนกัมพูชาเพื่อวางลวดหนาม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตทุ่งทุ่นระเบิดมาอย่างยาวนาน เป็นมรดกตกค้างจากความขัดแย้งในอดีต ซึ่งไทยก็ตระหนักเป็นอย่างดี การละเมิดอธิปไตยด้วยการข้ามแดนโดยผิดกฎหมายนี้เป็นเหตุให้เกิดการระเบิดของทุ่นระเบิดภายในดินแดนกัมพูชา ดังเห็นได้จากแผนที่ที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการร่วมฝรั่งเศส-สยาม ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ใช้อ้างอิงในคำพิพากษาเมื่อปี 1962
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องสำคัญและสมควรได้รับการสืบสวน แต่กลับถูกไทยนำไปใช้เป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรุกรานและการเสริมกำลังทหารเพิ่มเติมตามแนวชายแดน ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ยิงพลเรือนกัมพูชาจนเสียชีวิตในอีกสองวันต่อมา การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดปฏิญญาร่วม ข้อตกลงหยุดยิง และพันธกรณีที่ให้ไว้ต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าจะยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและงดเว้นจากการข่มขู่คุกคามหรือใช้กำลัง
การที่ไทยระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมฝ่ายเดียว และใช้กำลังทางทหาร ได้บั่นทอนความคืบหน้าที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบสันติภาพนี้ และก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค กัมพูชายังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อปฏิญญาร่วมและการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้วยเหตุนี้ และตามอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอเรียกร้องต่อคณะมนตรีด้วยความเคารพ
๐ประณามการสังหารและทำร้ายพลเรือนกัมพูชาที่ไม่มีอาวุธโดยกองทัพไทยว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคง
๐เรียกร้องให้ไทยยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายและการใช้กำลังต่อพลเรือนกัมพูชาโดยทันที ถอนกำลังกลับสู่ตำแหน่งเดิม และเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอย่างเต็มที่
๐จัดการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาการละเมิดของไทยและผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
๐เรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียด เป็นอิสระ และเป็นกลาง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมายระหว่างประเทศ
๐ส่งภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงของสหประชาชาติไปยังหมู่บ้านเปรยจัน ตำบลอูเบยจวน อำเภออูจรอว จังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินสถานการณ์ และรายงานผลต่อคณะมนตรี
กัมพูชายังคงยึดมั่นในแนวทางการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติ และการดำเนินการตามปฏิญญาร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ เราเชื่อมั่นว่าคณะมนตรีความมั่นคงจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับประกันว่าผู้กระทำผิดต้องถูกตรวจสอบและได้รับโทษ และรักษาไว้ซึ่งหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ฮุน มาเนต

