หน้าแรก ต่างประเทศ กต.เผย ผู้แทน...

กต.เผย ผู้แทนการค้าสหรัฐส่งจม.แจ้งไทย ระงับเจรจาภาษี รอให้คำมั่นทำตามแถลงการณ์ร่วม

15.11.25 | 15:34 น.
(แฟ้มภาพ) นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

กต.เผย ผู้แทนการค้าสหรัฐส่งจม.แจ้งไทย ระงับเจรจาภาษี รอให้คำมั่นทำตามแถลงการณ์ร่วม

วันเดียวกันที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเรื่องพัฒนาการล่าสุดในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อวานนี้ได้มีการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมรับฟังการสนทนาด้วย

ประธานาธิบดีสหรัฐได้สอบถามถึงสถานการณ์ล่าสุด โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการแจ้งข้อมูลให้รับทราบ และย้ำว่าทั้งสองฝ่ายพึงที่จะต้องปฏิบัติตามถ้อยแถลงที่เห็นชอบร่วมกันเพื่อนำไปสู่สันติภาพ อย่างไรก็ดีไทยมีความเสียใจที่กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายก่อน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องทุ่นระเบิดที่ทั้งไทยและกัมพูชาเห็นชอบที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ยังตกค้างตามแนวชายแดน รวมถึงการไม่ติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายกัมพูชายังคงบ่ายเบี่ยงข้อเท็จจริงด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ซึ่งท่านนายกฯย้ำว่า ท่านได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์และสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และสามารถยืนยันได้ว่ามีการลักลอบติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ ส่งผลให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนตามปกติได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขา นอกจากนี้ฝ่ายไทยยังได้เชิญคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่เมื่อวานนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ต่อคำถามของท่านประธานาธิบดีเกี่ยวกับความคาดหวังของไทยที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ไทยยังคงยึดมั่นในสันติภาพ แต่ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องยอมรับข้อเท็จจริง และแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมีมาตรการป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกในอนาคต ดังนั้นการเดินหน้าต่อจึงขึ้นอยู่กับท่าทีของกัมพูชาเป็นสำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือต้องจะเปิดพื้นที่จำนวน 13 แห่งที่เคยหารือกันไว้แล้ว ให้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยไม่ขัดขวางการปฏิบัติการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนของทั้งสองฝ่าย

ประธานาธิบดีสหรัฐรับฟังอย่างเข้าใจ และรับที่จะไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาในเรื่องนี้ และรับว่าสหรัฐและกัมพูชาพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเดินหน้าในกระบวนการสันติภาพได้ ทรัมป์ได้ย้ำว่าตนไม่ได้ประสงค์ที่จะแทรกแซงการแก้ไขปัญหาของทั้งสองประเทศตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากสำหรับไทย นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยมุ่งมั่นในแนวทางสู่สันติภาพ แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้จึงต้องสงวนสิทธิที่จะดำเนินใดๆ ที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย

Advertisement

ประเด็นที่สองการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ภายหลังการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรียังได้โทรศัพท์หารือกับนายอันวาร์เพื่อประสานข้อมูลที่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งท่านอันวาร์ได้แสดงความเข้าใจ ในฐานะที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียน นายอันวาร์รับที่จะไปช่วยหาแนวทางที่จะให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้ โดยคำนึงถึงข้อเสนอของฝ่ายไทย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งกับนายอันวาร์ว่า ท่านได้ย้ำกับทางสหรัฐด้วยว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นหัวใจสำคัญของข้อตกลงในปฏิญญาร่วม ดังนั้นทั้งสหรัฐและมาเลเซียรับทราบประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญและเป็นหัวใจคือประเด็นเรื่องทุ่นระเบิด

ประเด็นต่อมาซึ่งเป็นประเด็นที่สาม คือเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐซึ่งมีผู้สอบถามเข้ามามากเรื่องท่าทีของสหรัฐในการเจรจาภาษี เมื่อคืนวานนี้ ไทยได้รับแจ้งจากรองผู้แทนการค้าสหรัฐว่าฝ่ายสหรัฐขอระงับการเจรจากรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย-สหรัฐเป็นการชั่วคราว และจะสามารถกลับมาเจรจาความตกลงดังกล่าวได้อีกครั้งเมื่อฝ่ายไทยให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม และหวังว่าจะสามารถหาทางออกในเรื่องนี้ได้โดยเร็ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ไทยมีความผิดหวังในท่าทีจากผู้แทนการค้าสหรัฐ โดยไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าประเด็นเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นประเด็นทวิภิาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องพิจารณาแยกออกจากประเด็นการค้าซึ่งก็เป็นประเด็นทวิภาคีที่เป็นผลประโยชน์ร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐเองก็ได้ย้ำกับท่านนายกรัฐมนตรีในการหารือเมื่อคืนว่า ทางสหรัฐไม่ได้ประสงค์จะแทรกแซงการแก้ไขปัญหาของทั้งสองประเทศตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

ขอย้ำว่าสำหรับประเทศไทย ประเด็นการค้าระหว่างประเทศและมาตรการทางภาษีของประเทศที่ 3 เป็นเรื่องเรื่องนโนยายทางเศรษฐกิจที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในกรอบความร่วมมือทางการค้าและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศคู่เจรจาเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลยังคงมีนโยบายขยายโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ การเปิดตลาดใหม่ๆ การเข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก ไทยยังคงยินดีและตระหนักในบทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐในการการสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาลดระดับความตึงเครียดระหว่างกันเพื่อนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ตามที่ปรากฎในการหารือระหว่างท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินกับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยไทยจะเดินหน้าบนผลประโยชน์ของไทยที่มุ่งสู่สันติภาพเป็นสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังได้รับจดหมายจากสหรัฐเรื่องภาษี จากนี้ไทยจะดำเนนการอย่างไรต่อไป นายนิกรเดชกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งประธานาธิบดีทรัมป์ถึงท่าทีไทย ซึ่งเป็นท่าทีที่เรายึดถือมาตลอดว่า เราแยกเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน และแยกปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาออจากการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เรื่องหนึ่งเป็นผลประโยชน์สองฝ่ายระหวางไทย-สหรัฐ เราจึงประสงค์ให้สหรัฐแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน เราก็แสดงความมุ่งม่นที่จะเจรจาเอฟทีเอต่อกับสหรัฐ และใช้กลไกทวิภาคีาหรือกับกัมพูชาตอ่ไป ซึ่งเรามีเงื่อนไข 3 ข้อ ขณะนี้บอลอยู่ในคอร์ดของกัมพูชา ประธานาธิบดีทรัมป์ซก็แสดงควมเข้าอกเข้าใจ สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป

ท่านนายกฯได้สื่อสารไปยังรัฐมนตรีพาณิชย์และรัฐมนตรีคลังว่า ท่าทีไทยสม่ำเสมอคือให้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน และขออย่าให้ใช้มาตรการภาษีมากดดัน คิดว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีที่เข้าใจไทย เพราะดูจากสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีแชร์ในเฟซบุ๊ก คือถ้าเจรจาเก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้วเสร็จก็ให้ประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาเรื่องลดภาษี ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ก็รับจะพิจาณาด้วยดี ต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยก็จะดำเนินกรเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐต่อไป กระทรวงการต่างประเทศหวังว่า การพูดคุยระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอันวาร์จะช่วยกดดันให้กัมพูชาเข้าใจในเงื่อนไขต่างๆ เพราะทางออกมันมี และบอลอยู่ในคอร์ทของกัมพูชา