เนทันยาฮูกร้าว ขวางตั้งรัฐปาเลสไตน์ ก่อน UN จ่อลงมติเปิดทาง
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้คำมั่นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ว่า จะต่อต้านและคัดค้านความพยายามใดๆ ในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ หนึ่งวันก่อนที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จะลงมติในร่างข้อมติว่าด้วยกาซาซึ่งสหรัฐเป็นผู้ยกร่าง ซึ่งเปิดช่องให้มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
พันธมิตรร่วมรัฐบาลสายแข็งหัวรุนแรงของเนทันยาฮูได้เรียกร้องให้เขาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อข้อเรียกร้องในการตั้งรัฐปาเลสไตน์ โดยเนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ท่าทีของอิสราเอลที่คัดค้านการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย และไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันจากภายนอกหรือภายในประเทศ
“ผมไม่ต้องการคำยืนยัน ทวีต หรือคำสอนจากใครทั้งนั้น” เนทันยาฮูกล่าว
เนทันยาฮูยืนกรานมาตลอดว่าการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ถือเป็นการให้รางวัลแก่กลุ่มฮามาส และท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเกิดรัฐที่กลุ่มฮามาสปกครองที่มีขนาดใหญ่กว่าอยู่ติดพรมแดนอิสราเอล แต่ในขณะที่สหรัฐพยายามผลักดันข้อเสนอหยุดยิงในฉนวนกาซา เนทันยาฮูก็เผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติอย่างหนักให้แสดงท่าทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
แรงกดดันดังกล่าวทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงสงครามกาซา เมื่อเดือนกันยายน หลังสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดาประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ เนทันยาฮูได้โจมตีประเทศเหล่านั้นอย่างรุนแรงว่าได้มอบรางวัลให้กับฮามาส
คาดว่า UNSC จะลงมติเห็นชอบกับข้อเสนอของสหรัฐ ที่จะจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศในกาซา แม้จะมีการคัดค้านจากรัสเซีย จีน และบางประเทศอาหรับก็ตาม
ฮามาสและกลุ่มการเมืองปาเลสไตน์หลายกลุ่มออกมาเตือนเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐ โดยระบุว่าเป็นความพยายามในการบังคับใช้อำนาจระหว่างประเทศต่อฉนวนกาซา ซึ่งลำเอียงไปทางอิสราเอลและลิดรอนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในการบริหารจัดการกิจการของตน อีกทั้งย้ำว่า กองกำลังดังกล่าวต้องไม่มีอิสราเอลเข้ามาเกี่ยวข้อง และต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของ UN
แถลงการณ์ของฮามาสยังปฏิเสธข้อเสนอใดๆ ของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปลดอาวุธในกาซา ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ข้อเสนอนี้เรียกร้องให้กาซากลายเป็นเขตปลอดทหารและให้ฮามาสถูกปลดอาวุธ โดยบอกกับคณะรัฐมนตรีว่า “เรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีที่ง่ายหรือยากก็ตาม”
ภายใต้แรงกดดันจากประเทศที่จะส่งทหารเข้าร่วมกองกำลังดังกล่าว สหรัฐจึงได้แก้ไขร่างมติให้มีถ้อยคำที่หนักแน่นขึ้นเกี่ยวกับสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของชาวปาเลสไตน์ โดยระบุว่าแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเป็นเส้นทางที่มีความน่าเชื่อถือว่าจะเป็นไปได้จริง สู่การเป็นรัฐของปาเลสไตน์ ขณะที่รัสเซียเสนอร่างมติขุึ้นมาแข่งที่ใช้ถ้อยคำสนับสนุนการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่หนักแน่นยิ่งกว่า
ทั้งนี้ ประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่เห็นว่า การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ควบคู่ไปกับรัฐอิสราเอลคือหนทางเดียวที่เป็นจริงในการยุติความขัดแย้งระยะยาว

