UNSC ไฟเขียวข้อมติสหรัฐ หนุนแผน ‘ทรัมป์’ ยุติสงครามกาซา
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ลงมติเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน รับรองร่างมติที่ยกร่างโดยสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการยุติสงครามในกาซา พร้อมทั้งให้อำนาจจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศประจำฉนวนกาซา
อิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสได้ตกลงกันเมื่อเดือนตุลาคม ในข้อตกลงระยะแรกตามแผน 20 ข้อของทรัมป์สำหรับฉนวนกาซา ซึ่งได้แก่ การหยุดยิงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 2 ปี และข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกัน แต่การรับรองมติของ UNSC ครั้งนี้ถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความชอบธรรมให้กับองค์กรที่จะถูกตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารในระยะเปลี่ยนผ่าน และสร้างความมั่นใจแก่ประเทศต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณาจะส่งกำลังพลไปร่วมรักษาสันติภาพในฉนวนกาซา
ข้อความในมติดังกล่าวระบุบว่า รัฐสมาชิกสามารถเข้าร่วมในคณะกรรมการสันติภาพ ซึ่งทรัมป์จะเป็นประธาน โดยเป็นกลไกการปกครองชั่วคราวที่มีหน้าที่กำกับดูแลการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของกาซา มตินี้ยังให้อำนาจกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (ISF) ในการดำเนินการให้ฉนวนกาซาไม่มีกำลังทางทหาร ที่รวมถึงการถอนอาวุธและรื้อถอนทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารด้วย
ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ย้ำว่าจะไม่ปลดอาวุธ และแย้งว่าการต่อสู้กับอิสราเอลเป็นการต่อต้านที่ชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างฮามาสกับ ISF ที่จะถูกจัดตั้งขึ้นตามข้อมติดังกล่าว
ฮามาสระบุในแถลงการณ์หลัง UNSC ให้การรับรองมติว่า ข้อมติดังกล่าวเป็นการกำหนดกลไกคุ้มครองระหว่างประเทศในฉนวนกาซา ซึ่งประชาชนของเราและกลุ่มต่างๆ ไม่ยอมรับ
ไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า มติดังกล่าว ซึ่งรวมเอาแผน 20 ข้อของทรัมป์ไว้เป็นภาคผนวกนั้น เป็นการกำหนดเส้นทางที่เป็นไปได้ที่จะให้ชาวปาเลสไตน์กำหนดอนาคตของตนเอง
“จรวดจะถูกแทนที่ด้วยกิ่งมะกอก และเปิดโอกาสให้เจรจาถึงเส้นทางการเมืองในอนาคต มติดังกล่าวทำลายการยึดกุมอำนาจของฮามาส และรับประกันว่ากาซาจะฟื้นขึ้นอย่างเป็นอิสระจากเงาของการก่อการร้าย เจริญรุ่งเรืองและปลอดภัย” วอลต์ซกล่าวก่อนที่ประชุมลงมติ
รัสเซียซึ่งมีสิทธิวีโต เคยส่งสัญญาณคัดค้านมาก่อน แต่ท้ายที่สุดงดออกเสียง ทำให้มติผ่านการรับรองได้ เช่นเดียวกับจีนที่มีสิทธิวีโตก็งดออกเสียงเช่นกัน แม้จะตำหนิว่า ข้อมติดังกล่าวไม่ได้ให้บทบาทที่ชัดเจนแก่สหประชาชาติเกี่ยวกับอนาคตของกาซา
วาซิลี เนเบนซยา เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวหลังการรับรองข้อมติว่า โดยพื้นฐานแล้ว คณะมนตรีกำลังให้การรับรองข้อริเริ่มของสหรัฐ โดยอิงเพียงคำมั่นสัญญาจากวอชิงตัน และมอบอำนาจควบคุมฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ให้แก่คณะกรรมการสันติภาพและกองกำลัง ISF ซึ่งจนถึงขณะนี้ เราก็ยังไม่ทราบรายละเอียดวิธีปฏิบัติงานใดๆ แม้แต่น้อย
องค์การปกครองปาเลสไตน์ (PA) ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อมติดังกล่าว และแสดงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงาน นักการทูตกล่าวว่า การที่ PA ให้การสนับสนุนข้อมติเมื่อสัปดาห์ก่อนถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้รัสเซียใช้สิทธิวีโต
ด้านทรัมป์เฉลิมฉลองผลการลงมติครั้งนี้ โดยโพสต์ในโซเชียลมีเดียของเขาว่า มันคือช่วงเวลาที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง และว่าจะมีการประกาศรายชื่อสมาชิกของคณะกรรมการและประกาศที่น่าตื่นเต้นอื่นๆ ตามมาอีกมากในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมตินี้ยังเป็นประเด็นถกเถียงภายในอิสราเอล เนื่องจากมีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต โดยระบุว่า ในที่สุดแล้วเงื่อนไขต่างๆ อาจพร้อมสำหรับเส้นทางที่น่าเชื่อถือไปสู่การกำหนดอนาคตด้วยตนเองและการมีรัฐของชาวปาเลสไตน์ เมื่อ PA ดำเนินการตามแผนปฏิรูป และการพัฒนาฟื้นฟูฉนวนกาซามีความคืบหน้า ทั้งยังบอกด้วยว่า สหรัฐจะจัดให้มีการเจรจาระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ เพื่อกำหนดเส้นทางทางการเมืองสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเจริญรุ่งเรือง

