หน้าแรก ต่างประเทศ จีน หันมาใช้ร...

จีน หันมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าแทนดีเซล พลิกโฉมการขนส่งสินค้าใหญ่

19.11.25 | 17:48 น.
AP

จีน หันมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าแทนดีเซล พลิกโฉมการขนส่งสินค้าใหญ่

ประเทศจีนเริ่มเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกขนส่งพลังงานไฟฟ้าแทนการใช้รถบรรทุกเครื่องยนต์สันดาปใช้น้ำมันดีเซลเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการน้ำมันของโลกและเปลี่ยนอนาคตของวงการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

ในปี 2020 รถบรรทุกขนส่งส่วนใหญ่ในประเทศจีนขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซล อย่างไรก็ดี ในครึ่งปีแรกของปี 2025 รถบรรทุกขนส่งในประเทศจีนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 22% ของรถบรรทุกใหม่ในประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2024 ถึง 9.2% บีเอ็มไอ บริษัทวิเคราะห์ตลาดและเศรษฐกิจจากประเทศอังกฤษ คาดการณ์ว่ารถบรรทุกไฟฟ้าจะคิดเป็นสัดส่วนของยอดขายรถบรรทุกในปีนี้ถึงเกือบ 46% ในปีนี้และจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในปีหน้า

รถบรรทุกขนาดใหญ่ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่มีส่วนอย่างมากในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกอีกด้วย ในปี 2019 การขนส่งทางถนนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหนึ่งในสามจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะทั้งหมด

นอกจากนี้ การใช้รถบรรทุกเพื่อการขนส่งยังลดการปล่อยคาร์บอนได้ยากอีกด้วย เนื่องจากรถบรรทุกไฟฟ้าสามารถบรรทุกสินค้าได้น้อยกว่ารถที่ใช้น้ำมันดีเซล จึงมีแนวคิดสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกเพราะก่อมลพิษน้อยกว่าในขณะที่มีกำลังมีการพัฒนาเทคโนโลยีรถบรรทุกไฟฟ้า

Advertisement

ตลาดรถขนส่งของจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ยังคงใช้รถที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซลเป็นส่วนใหญ่ แต่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุว่า ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งกำลังทรงตัว และคริสโตเฟอร์ โดลแมน นักวิเคราะห์จากสถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงานและการวิเคราะห์ทางการเงินระบุว่า การใช้น้ำมันดีเซลในจีนอาจลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปัจจุบัน รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ากำลังขายได้มากกว่ารุ่นที่ใช้พลังงาน LNG ฉะนั้นความต้องการของเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจลดลง

ทั้งนี้ จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนพบว่า แม้รถบรรทุกไฟฟ้าจะมีราคาแพงกว่ารถบรรทุกดีเซลถึง 2-3 เท่าและมีราคาสูงกว่ารถบรรทุกพลังงาน LNG ประมาณ 18% แต่การประหยัดพลังงานที่มากกว่าและต้นทุนที่ต่ำกว่าช่วยให้เจ้าของรถประหยัดเงินได้ประมาณ 10% ถึง 26% ตลอดอายุการใช้งานของรถ