หน้าแรก ต่างประเทศ เมต้า เฮ! ชนะ...

เมต้า เฮ! ชนะคดีต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐ ศาลไฟเขียวไม่ต้องขายอินสตาแกรม-วอทส์แอพพ์

19.11.25 | 19:47 น.
meta
REUTERS/Dado Ruvic/Illustration//File Photo

เมต้า เฮ! ชนะคดีต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐ ศาลไฟเขียวไม่ต้องขายอินสตาแกรม-วอทส์แอพพ์

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัท เมต้า (Meta) บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม ชนะคดีต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐอเมริกา ทำให้ไม่ต้องขายกิจการอินสตาแกรม และวอทส์แอพพ์ หลังจากผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง ตัดสินว่า เมต้าไม่ได้ผูกขาดตลาดโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด

คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐ หรือ FTC พยายามบังคับให้ เมต้า ปรับโครงสร้างหรือขายอินสตาแกรม และวอส์แอพพ์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัท เพื่อฟื้นฟูการแข่งขันในตลาด โดยกล่าวหาว่า เมต้าได้ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว เพื่อกำจัดคู่แข่ง

ด้านโฆษกของเมต้า กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นประโยชน์ต่อผู้คนและธุรกิจ และเป็นแบบอย่างของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ พร้อมกับระบุว่า เราตั้งตารอที่จะได้ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลต่อไป และลงทุนในอเมริกา

ด้านนายโจ ไซมอนสัน โฆษกของ FTC กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสินนี้ และว่า เรากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมด

Advertisement

ข่าวระบุว่า เฟซบุ๊ก ได้เข้าซื้อกิจการของอินสตาแกรม เมื่อปี 2012 และวอทส์แอพพ์ เมื่อปี 2014 โดยที่ FTC ไม่ได้พยายามยับยั้งข้อตกลงดังกล่าวในขณะนั้น แต่ได้ยื่นฟ้องเมื่อปี 2020 โดยกล่าวหาว่า เมต้า ซึ่งขณะนั้นรู้จักกันในชื่อ เฟซบุ๊ก ผูกขาดแพลตฟอร์มในสหรัฐ ที่ใช้ในการแบ่งปันเนื้อหากับเพื่อนและครอบครัว

โดย FTC ให้เหตุผลว่า คู่แข่งของเมต้าในตลาด ซึ่งขณะนั้นคือ Snapchat ของ Snap และ MeWe ซึ่งเป็นแอพพ์โซเชียลมีเดียขนาดเล็ก ที่เน้นความเป็นส่วนตัว ที่เปิดตัวในปี 2016 และ จำแนกความแตกต่างจากแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เผยแพร่เนื้อหาไปยังคนแปลกหน้า โดยอิงจากความสนใจร่วมกัน เช่น X , TikTok , YouTube และ Reddit
ในการไต่สวนเมื่อเดือนเมษายน FTC ได้ชี้ไปที่ถ้อยแถลงของเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงอีเมล์ ในปี 2008 ที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ กล่าวไว้ว่า “การซื้อดีกว่าการแข่งขัน”

โดย เมต้า โต้แย้งว่า FTC ได้ละเลยแรงกดดันในการแข่งขันจาก TikTok ของ ByteDance , YouTube ของกูเกิล และแอพพ์ส่งข้อความของแอปเปิล รวมถึงอื่นๆ

นอกจากนี้ บริษัทยังปกป้องการเข้าซื้อกิจการ โดยกล่าววว่า การซื้อบริษัทที่โดดเด่นในด้านคุณสมบัติใหม่ๆ แทนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งกัน เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ เจมส์ โบอาสเบิร์ก ในกรุงวอชิงตัน เห็นด้วยกับเมต้าเป็นส่วนใหญ่ว่า ภูมิทัศน์ของโซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นับจากยุคที่เฟซบุ๊กถูกใช้เป็นหลักเพื่ออัพเดตสถานะส่วนตัว และว่า ภูมิทัศน์ที่เคยมีอยู่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนที่คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐที่ยื่นฟ้องคดีต่อต้านการผูกขาดนี้ ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยมีการอ้างถึงหลักฐานในการไต่ส่วนที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้มีการเปลี่ยนไปใช้ YouTube และ TikTok แทนแอพพลิเคชั่นของเมต้า และในทางกลับกัน ในช่วงที่เกิดเหตุระบบล่ม

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาตั้งข้อสังเกตว่า TikTok เป็นภัยคุกคามทางการแข่งขัน ถึงขนาดที่ทำให้เมต้า ต้องใช้เงิน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว เพื่อพัฒนา Reels ซึ่งเป็นฟีเจอร์การแชร์วิดีโอสั้นของเมต้า เพื่อมาแข่งกับ TikTok

โดยโบอาสเบิร์ก กล่าวว่า FTC ได้ตัด YouTube และ TikTok ออกจากตลาดที่ใช้ในการท้าทายการผูกขาดของเมต้าอย่างไม่ถูกต้อง และว่า แม้ว่าจะไม่นับ YouTube แต่การนับเพียง TikTok รายเดียว ก็เพียงพอที่จะล้มคดีของ FTC แล้ว

ทั้งนี้ คำตัดสินนี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญครั้งแรกของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่ ในการต่อสู้กับการกวาดล้างการผูกขาด ที่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก ของโดนัลด์ ทรัมป์ และถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ ของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐ (FTC) ซึ่งกำลังดำเนินคดีต่อต้านการผูกขาดกับ Amazon.com อยู่ด้วย