หน้าแรก ต่างประเทศ จำคุกตลอดชีวิ...

จำคุกตลอดชีวิต อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัมบัน สายลับจีนเอี่ยวศูนย์สแกมในฟิลิปปินส์

20.11.25 | 14:06 น.
REUTERS

ศาลปินส์ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบัมบัน สายลับจีนเอี่ยวศูนย์สแกมในฟิลิปปินส์

บีบีซีรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน อลิซ กัว อดีตนายกเทศมนตรีฟิลิปปินส์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้ประเทศจีน ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับศูนย์สแกมในฟิลิปปินส์ โดยเธอและผู้ต้องหาอีก 3 คน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และปรับเป็นเงิน 2 ล้านเปโซ (ราว 1 ล้านบาท)

ข่าวระบุว่า คดีของ อลิซ กัว เป็นเรื่องฮือฮาในประเทศฟิลิปปินส์มาหลายปี หลังจากที่ทางการได้เปิดโปงศูนย์กลางการหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ในเมืองบัมบัน เมืองเล็กๆที่เธออาศัยอยู่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหยื่อชาวฟิลิปปินส์และชาวต่างชาติออกมาได้ราว 800 คน ซึ่งหลายคนระบุว่า ถูกบังคับให้มาดำเนินการหลอกลวงที่ใช้ชื่อว่า “การฆ่าหมู”

บีบีซี รายงานว่า นางกัว ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศเมืองบัมบัน เมื่อปี 2022 ซึ่งชาวบ้านในเมืองบัมบัน เคยบอกกับบีบีซีไว้ว่า นางกัวเป็นผู้นำที่เอาใจใส่ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

แต่ในปี 2024 เมืองบัมบัน ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่เงียบสงบ ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ถูกเปิดโปงว่า เป็นที่ตั้งของศูนย์หลอกลวง ที่มีทั้งกาสิโนออนไลน์ ซึ่งคนท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อของโปโก (Philippine Online Gaming Operations -Pogo) ที่คอยให้บริการลูกค้าที่เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่

Advertisement

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ถูกจับตัว นางกัว ได้ให้การปฏิเสธในเบื้องต้น โดยยืนยันว่า เธอไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับศูนย์หลอกลวงดังกล่าว แต่การสอบสวนของวุฒิสภา ได้ตั้งคำถามถึงการที่เธอไม่สามารถตรวจจับศูนย์ที่มีพื้นที่ 8 เฮกตาร์ที่อยู่ใกล้กับสำนักงานของเธอได้ ซึ่งต่อมาพบว่า บริเวณดังกล่าว มีอาคารถึง 36 หลัง ที่ถูกสร้างขึ้นบนที่ดินที่กัวเคยเป็นเจ้าของมาก่อน

พวกเขายังพบความผิดปกติในเรื่องราวของชีวิตของนางกัว หลังจากตรวจสอบพบว่า จริงๆแล้ว เธอไม่ได้เกิดที่ประเทศฟิลิปปินส์ตามที่เธออ้าง แต่อพบพมาจากประเทศจีนพร้อมกับครอบครัว ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และต่อมา ส.ส.ฟิลิปปินส์ พบว่า ลายนิ้วมือของเธอ ตรงกับลายนิ้วมือของชาวคนคนหนึ่ง ที่ชื่อ กัว หัว ผิง

หลังจากนั้น นางกัว จึงได้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และเรื่องราวต่างๆเริ่มผุดขึ้นมา ก่อนที่เธอจะหายตัวไป เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 จนต้องเดินหน้าปฏิบัติการระหว่างประเทศ 4 ประเทศ เพื่อนำตัวเธอกลับมา

และในเดือนกันยายนปีเดียวกัน นางกัวถูกจับกุมตัวได้ในประเทศอินโดนีเซีย และถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังฟิลิปปินส์ ขณะที่หนังสือเดินทางฟิลิปปินส์ของนางกัว ได้ถูกยกเลิกไป และถูกดำเนินคดีหลายข้อหา รวมทั้ง ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และข้อกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้จีน

มีรายงานว่า การตัดสินคดีของนางกัว มีขึ้นที่ศาลเมืองปาซิก ซึ่งเป็นเมืองที่นางกัวถูกนำตัวไปคุมขังไว้ ที่ทัณฑสถานหญิงเมืองปาซิก และเข้ารับฟังการพิจารณาคดีผ่านทางออนไลน์

โดยนางกัว จะถูกส่งตัวไปยังทัณฑสถานหญิง ในเมืองมันดาลูยง ทันที ขณะที่ผู้ต้องหาร่วมของเธอ จะถูกควบคุมอยู่ที่เรือนจำแห่งชาติบิลิบิด ในเมืองมุนทินลูปา

ทั้งนี้ คดีของนางกัวยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่ฟิลิปปินส์และจีน ยังคงโต้เถียงกันเรื่องพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และแม้ว่าคดีนี้จะเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ทั่วฟิลิปปินส์ แต่จีนก็ยังคงนิ่งเฉยต่อข้อกล่าวหาที่มีต่อนางกัว