เซเลนสกีพร้อมถก แผนสันติภาพสหรัฐ ทำเนียบขาวชี้ สะท้อนความเป็นจริงสถานการณ์
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวหลังหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพบกสหรัฐ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ว่า เขาพร้อมสำหรับการทำงานอย่างตรงไปตรงมากับสหรัฐ เกี่ยวกับแผนยุติสงครามในยูเครน ขณะที่พันธมิตรในยุโรปแสดงท่าทีคัดค้านอย่างหนักต่อเงื่อนไขที่ถูกมองว่าถือเป็นการยอมจำนนต่อรัสเซีย
รอยเตอร์ระบุว่า แผนสันติภาพที่สหรัฐสนับสนุนระบุให้ยูเครนสละภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด และลดขนาดกำลังพลให้เหลือเพียง 6 แสนนาย โดยยูเครนจะได้รับหลักประกันความมั่นคงที่เข้มแข็ง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม
รายละเอียดในแผนดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการยินยอมจำนนให้กับรัสเซียหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐจะรับรองว่าไครเมีย ลูฮันสก์ และโดเนตสก์ เป็นดินแดนภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของรัสเซีย และยูเครนต้องถอนทัพจากส่วนหนึ่งของภูมิภาคโดเนตสก์ที่พวกเขาควบคุมอยู่
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งเผยว่า แผนดังกล่าวจัดทำขึ้นภายหลังการหารือกับนายรุสเตม อูเมรอฟ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลประธานาธิบดีเซเลนสกี ซึ่งก็เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอส่วนใหญ่ของแผนนี้ หลังจากมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง ก่อนจะนำเสนอให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีรับทราบ
เซเลนสกี ซึ่งได้รับร่างแผนดังกล่าวแล้ว ระบุหลังพบกับแดน คริสคอล เลขาธิการกองทัพสหรัฐที่กรุงเคียฟว่า ยูเครนและสหรัฐจะทำงานร่วมกันทำงานตามประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในแผนดังกล่าว
เซเลนสกีเขียนบน Telegram ว่า ทีมของเราทั้งยูเครนและสหรัฐอเมริกา จะทำงานร่วมกันในประเด็นต่างๆ ของแผนเพื่อยุติสงคราม เราพร้อมสำหรับการทำงานที่สร้างสรรค์ ซื่อสัตย์ และรวดเร็ว
ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับเนื้อหาในแผน 28 ข้อ ซึ่งยังไม่ได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการ แต่ระบุว่าเซเลนสกีได้อธิบายสิ่งที่ถือเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญต่อประชาชนยูเครน และว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คาดว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีจะหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ เกี่ยวกับโอกาสทางการทูตที่มีอยู่และประเด็นสำคัญที่ต่อการบรรลุสันติภาพ
รอยเตอร์ยังระบุถึงรายละเอียดของแผนสันติภาพว่า จะมีการทำข้อตกลงไม่รุกรานระหว่างรัสเซีย ยูเครน และยุโรป โดยองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะไม่ขยายกำลังทหารเพิ่มเติม หรือส่งทหารไปประจำการในยูเครน
ขณะที่รัสเซียจะกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก โดยมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่จะตกลงกันเป็นขั้นตอนและเป็นกรณีๆ ไป รัสเซียยังจะถูกเชิญให้กลับเข้ากลุ่ม G8 และสหรัฐจะทำข้อตกลงกับรัสเซีย ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล และการสกัดแร่หายากในอาร์กติก
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุระหว่างแถลงข่าวว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐ ได้ทำงานอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับแผนนี้มาราวหนึ่งเดือน และทรัมป์สนับสนุนแผนการดังกล่าว
“แผนนี้ถูกร่างขึ้นเพื่อสะท้อนความเป็นจริงของสถานการณ์ หลังสงครามที่เลวร้ายและทำลายล้างนานกว่า 5 ปี เพื่อค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดที่ได้ประโยชน์ ที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้มากกว่าสิ่งที่ต้องสูญเสีย” เลวิตต์กล่าว
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปที่ประชุมในกรุงบรัสเซลส์ไม่ได้ให้ความเห็นอย่างละเอียดเกี่ยวกับแผนสันติภาพของสหรัฐ แต่ส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทำให้ยูเครนต้องยอมอย่างมาก
ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า ยูเครนต้องการสันติภาพ และเป็นสันติภาพที่ยุติธรรมซึ่งเคารพอธิปไตยของทุกฝ่าย เป็นสันติภาพที่ยั่งยืนซึ่งจะไม่ต้องถูกตั้งคำถามอีกครั้งด้วยการรุกรานในอนาคต แต่สันติภาพไม่ใช่การยอมจำนน
ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนระบุว่า ดริสคอลเพิ่งยื่นแผนดังกล่าวให้เซเลนสกีเมื่อวันพฤหัสบดี และแหล่งข่าวหลายแห่งบอกกับรอยเตอร์และสื่อต่างประเทศว่า แผนนี้เป็นผลจากช่องทางการเจรจาลับระหว่างวิตคอฟฟ์และคีริล ดมิทรีเยฟ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยเซเลนสกีกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้แน่ใจว่า แผนสันติภาพดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนยูเครน
รูบิโอในโพสต์บน X ว่า สหรัฐจะยังคงพัฒนาข้อเสนอที่เป็นไปได้เพื่อยุติสงครามนี้ โดยอาศัยข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายของความขัดแย้ง และสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ด้วยการประนีประนอมจากทั้งเคียฟและมอสโก

