คอลัมน์ Think Tank: 100 วัน ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’

1.05.17 | 18:00 น.
AFP PHOTO / JIM WATSON

โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเผชิญความเป็นจริงที่ว่า 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เพิ่งครบไปเมื่อวันที่ 29 เมษายน เต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน

ภายใต้แสงสปอตไลต์ที่ส่องมาอย่างไม่มีหยุดพักนับตั้งแต่สร้างความตกตะลึงให้โลกด้วยการได้รับชัยชนะที่ไม่น่าเชื่อเหนือฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐยังคงต้องดิ้นรนในการแปรเปลี่ยนคำมั่นสัญญาตอนหาเสียงให้กลายเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้

ความพยายามของเขาที่จะเพิกถอนรัฐบัญญัติประกันสุขภาพถ้วนหน้าของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่รู้จักกันในชื่อ “โอบามาแคร์” และแทนที่ด้วยกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่อัปปางลงอย่างไม่เป็นท่าในสภาคองเกรส

แผนการปรับลดภาษีที่ได้รับการประกาศออกมาอย่างเร่งด่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยหวังว่าจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของความสำเร็จในโอกาสการดำรงตำแหน่งครบ 100 วันแรก ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นการแจกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้คนรวย และทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้น

ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหลายสิบฉบับ รวมถึงส่วนหนึ่งที่เป็นการเพิกถอนข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ใช้ควบคุมอุตสาหกรรมในยุคของโอบามา และยกเลิกคำสั่งห้ามขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อันเป็นความพยายามที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากสมาชิกสภานิติบัญญัติและผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นรีพับลิกันในวงกว้าง

Advertisement

แต่คำสั่งผู้บริหารที่โดดเด่นที่สุดของเขา นั่นคือการห้ามพลเมืองจากประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมบางแห่งเดินทางเข้าสหรัฐชั่วคราว ถูกสกัดกั้นโดยศาลถึง 2 ครั้ง

ถึงอย่างนั้นก็ตาม เขายังประเมินตนเองอย่างกล้าหาญในการกล่าวถึงผลงานในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

“100 วันแรกภายใต้ฝ่ายบริหารของผมถือเป็นช่วงเวลาที่แทบจะประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา” ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 28 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 99 ของการดำรงตำแหน่ง

“ผมคิดว่าไม่มีใครสามารถทำได้มากเท่าเราในช่วงเวลา 100 วัน ดังนั้นผมจึงพอใจมากๆ” ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาเชื่อว่า การใช่ช่วงเวลา 100 วันเป็นเกณฑ์การวัดการทำงานเป็น “มาตรฐานที่ผิด”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ถือเป็นประธานาธิบดีที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ของสหรัฐ

และไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับทรัมป์ โดยแนนซี เพโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรให้คะแนนผลงานของทรัมป์สอบตกแบบเลวร้ายอย่างสิ้นเชิงในทุกหัวข้อ

“งบประมาณ ได้เกรดเอฟ การสร้างงาน เอฟ แก้ปัญหาของรัฐบาลกลาง เอฟ สาธารณสุข เอฟลบ”

นอกจากนี้ยังมีสัญญาณเตือนในทางลบอีกหลายเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกของปีนี้มีอัตราการเติบโตชะลอตัวที่สุดในรอบ 3 ปี

รวมทั้งประเด็นอื้อฉาวเรื่องรัสเซีย และความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีอีกด้วย