ยุโรป ทลายเครือข่ายใหญ่ ลอบค้าโบราณวัตถุ รวบ 35 ผู้ต้องสงสัย พบเส้นเงินผิด กม.กว่า 3.2 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน สำนักข่าวเอพีอ้างทางการบัลแกเรียแถลงว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศในยุโรปได้ประสานความร่วมมือกันในการทลายเครือข่ายอาชญากรรมที่ลักลอบค้าโบราณวัตถุที่ขโมยมาจากทั่วยุโรป
แองเจิล คาเนฟ อัยการบัลแกเรีย แถลงถึงผลปฏิบัติการดังกล่าว ที่กรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย ในวันพฤหัสบดี (20 พ.ย.) ว่า ปฏิบัติการที่เกิดจากการประสานความร่วมมือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 7 ประเทศ ร่วมกับหน่วยงาน Eurojust และ Europol ได้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 35 คน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุจำนวนหลายพันชิ้นที่มีการขโมยมาจากพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วยุโรป ในจำนวนนี้ราว 20 คน ถูกตั้งข้อหาลักลอบค้าโบราณวัตถุและฟอกเงิน
คาเนฟกล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมกลุ่มนี้ได้ลงมือก่อการในยุโรปตะวันตก บอลข่าน สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ มาเป็นเวลากว่า 16 ปี ซึ่งการสอบสวนคดีฟอกเงินจนถึงขณะนี้พบเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32,489 ล้านบาท
เมื่อวันพุธ (19 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการและการบังคับใช้กฎหมายจากประเทศแอลเบเนีย บัลแกเรีย ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ อิตาลี และสหราชอาณาจักร ได้ประสานการทำงานกันในประเทศของตนในกรณีนี้
ขณะที่ตามการเปิดเผยของ Europol หรือสำนักงานความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป ระบุว่า ในปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบค้าโบราณวัตถุและฟอกเงินครั้งนี้ รวมถึงการตรวจค้นบ้านต้องสงสัยจำนวน 131 แห่ง รถยนต์และเซฟธนาคารที่อยู่ในประเทศต่างๆ ข้างต้น โดยสามารถยึดของกลางมาได้เป็นโบราณวัตถุมากกว่า 3,000 ชิ้น รวมถึงเหรียญทองคำและเหรียญเงิน มีมูลค่ากว่า 100 ล้านยูโร หรือกว่า 3,767 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดของกลางอื่นๆ ได้อีก อาทิ ผลงานศิลปะ อาวุธ เอกสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิก เงินสดจำนวนมาก และทองคำ
ทั้งนี้ภูมิภาคบอลข่านและอิตาลี ซึ่งเป็นแหล่งขุมทรัพย์โบราณวัตถุล้ำค่ายุคกรีกและโรมัน ได้ตกเป็นที่หมายตาเครือข่ายอาชญากรในการปล้นและลักขโมยโบราณวัตถุล้ำค่าเหล่านั้นมาอย่างยาวนาน แม้แต่ละประเทศจะมีกฎหมายภายในที่เข้มงวดก็ตาม แต่โบราณวัตถุเหล่านี้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดมืดอย่างมาก

