‘เซเลนสกี’ โอด! ยูเครนเผชิญทางเลือกสุดหิน หลัง ‘ทรัมป์’ ขีดเส้นตายรับแผนสันติภาพ

22.11.25 | 10:59 น.
Photo: Zelensky/Telegram

‘เซเลนสกี’ โอด! ยูเครนเผชิญทางเลือกสุดหิน หลัง ‘ทรัมป์’ ขีดเส้นตายรับแผนสันติภาพ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวถ้อยแถลงต่อประชาชนทั่วประเทศ ที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงเคียฟ เมื่อวันศุกร์(21 พ.ย.) โดยเตือนว่ายูเครนกำลังเผชิญการสูญเสียศักดิ์ศรีและเสรีภาพ หรือการสูญเสียการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา จากแผนสันติภาพของสหรัฐที่รับรองข้อเรียกร้องสำคัญของรัสเซีย ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ขีดเส้นตายให้ยูเครนควรยอมรับแผนสันติภาพดังกล่าวภายในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้

“ขณะนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา ตอนนี้แรงกดดันที่ยูเครนเผชิญอยู่นั้นหนักหนาสาหัสที่สุด ยูเครนอาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นคือการสูญเสียศักดิ์ศรีและเสรีภาพ หรือไม่ก็เสี่ยงต่อการสูญเสียพันธมิตรสำคัญ” เซเลนสกีกล่าว และว่า ตนจะต่อสู้ตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าอย่างน้อย 2 ข้อในแผนการนั้นจะไม่ได้ถูกมองข้าม นั่นคือ ศักดิ์ศรีและเสรีภาพของชาวยูเครน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้เสนอแผนสันติภาพ 28 ข้อ เพื่อยุติสงครามสู้รบระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ที่ประเด็นสำคัญในแผนการดังกล่าวที่หลุดออกมาระบุเรียกร้องให้ยูเครนสละดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง ลดขนาดกองทัพ และละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) โดยแหล่งข่าวเผยด้วยว่า สหรัฐยังขู่จะตัดการแบ่งปันข่าวกรองและการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครน หากเคียฟไม่ยอมรับแผนสันติภาพดังกล่าว

ทำเนียบขาวยังไม่ได้ให้ความเห็นใดต่อประเด็นที่มีการกล่าวอ้างข้างต้น แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐรายหนึ่งกล่าวภายหลังว่า การกล่าวหาว่าสหรัฐขู่จะระงับการแบ่งปันข่าวกรองนั้นไม่ถูกต้อง

Advertisement

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากคณะผู้แทนทหารของสหรัฐได้เข้าพบประธานาธิบดีเซเลนสกีที่กรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐและหัวหน้าฝ่ายกิจการสาธารณะของกองทัพสหรัฐกล่าวว่าการพบปะดังกล่าวประสบความสำเร็จ พร้อมระบุว่าสหรัฐต้องการกรอบเวลาที่เร่งรัดสำหรับการลงนามในเอกสารระหว่างสหรัฐกับยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุฟ็อกซ์นิวส์ว่า ตนเชื่อว่าวันที่ 27 พฤศจิกายน เป็นเส้นตายที่เหมาะสมสำหรับยูเครนที่จะยอมรับแผนการนี้

ขณะเดียวกันเซเลนสกีเปิดเผยเพิ่มเติมว่าเขาได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำชาติพันธมิตรหลายชาติ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และ ฝรั่งเศส และยังได้พูดคุยทางโทรศัพท์ในภายหลังกับรองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐด้วย โดยเซเลนสกีกล่าวว่าเขาได้ตกลงกับนายแวนซ์ว่าจะทำงานในระดับที่ปรึกษาเพื่อหาหนทางสู่สันติภาพที่สามารถปฏิบัติได้จริง

แหล่งข่าว 3 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า ยูเครนกำลังจัดทำข้อเสนอโต้แย้งต่อแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ ร่วมกับสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี

ด้านประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กล่าวเมื่อช่วงดึกวันที่ 21 พฤศจิกายนว่า แผนของสหรัฐอาจเป็นพื้นฐานสำหรับการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 ปี แม้ก่อนหน้านี้ปูตินปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้อในประเด็นความต้องการดินแดนสำคัญและความมั่นคงของรัสเซียก็ตาม โดยปูตินกล่าวว่าทั้งสหรัฐและพันธมิตรยุโรปไม่เข้าใจความเป็นจริงของความก้าวหน้าทางทหารของรัสเซียในยูเครน

รอยเตอร์รายงานว่า ภายใต้แผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐ เพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเด็นหลักสำคัญกำหนดให้ ยูเครนต้องถอนกำลังออกจากดินแดนที่ยูเครนยังคงควบคุมอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกที่รัสเซียอ้างว่าผนวกไว้ได้แล้ว ขณะที่รัสเซียจะสละดินแดนบางส่วนที่ยึดครองอยู่ในภูมิภาคอื่น การห้ามยูเครนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรนาโตโดยถาวร และกองทัพยูเครนจะถูกจำกัดกำลังพลให้มีได้สูงสุดไม่เกิน 600,000 นาย โดยนาโตจะต้องไม่ส่งกำลังทหารไปประจำการในยูเครน

นอกจากนี้ยังมีการระบุให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย เชิญรัสเซียกลับเข้าร่วมเป็นภาคีในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมจี-8 และทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้จะถูกรวมเข้ากับกองทุนการลงทุนโดยสหรัฐจะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรบางส่วน ขณะที่หนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของยูเครน ซึ่งเกี่ยวกับการรับประกันด้านความมั่นคงเทียบเท่ากับข้อผูกพันในการป้องกันร่วมของนาโตเพื่อยับยั้งรัสเซียไม่ให้โจมตีอีกนั้นถูกระบุถึงเพียงบรรทัดเดียวในแผนการดังกล่าวโดยไม่มีรายละเอียดใดๆ