ปิดฉาก COP30 ล้มเหลวบรรลุคำมั่นใหม่ ลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
เวทีการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ หรือ COP30 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ปิดฉากลงพร้อมกับข้อตกลงที่ไม่มีการเอ่ยถึงเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกกำลังร้อนขึ้นโดยตรง
ผลการประชุมดังกล่าวทำให้ถึงกับมีการระบุว่าการประชุมในปีนี้ล้มเหลว เพราะไม่สามารถบรรลุคำมั่นใหม่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ แม้ว่าจะมีการโต้เถียงอย่างดุเดือด และเป็นบทสรุปที่สร้างความผิดหวังสำหรับกว่า 80 ประเทศรวมถึงสหภาพยุโรป ที่ต้องการให้การประชุมครั้งนี้มีการตกลงร่วมกันให้ทั่วโลกหยุดใช้ น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซให้เร็วขึ้น
ด้านบรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันยังคงยืนยันจุดยืนว่า พวกเขาควรได้รับสิทธิในการใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลของตนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหประชาชาติแสดงความกังวลว่า ความพยายามของนานาชาติในการจำกัดอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมกำลังก้าวไปสู่ความล้มเหลว
ผู้แทนโคลอมเบียได้วิจารณ์ประธาน COP อย่างรุนแรงว่าไม่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ แสดงการคัดค้านข้อตกลงในการประชุมรอบสุดท้ายในวันที่ 22 พฤศจิกายนในการประชุมเต็มคณะ
ด้านผู้แทนซาอุดีอาระเบียกล่าวในที่ประชุมว่า แต่ละประเทศต้องได้รับอนุญาตให้สร้างเส้นทางของตนเอง โดยพิจารณาจากสถานการณ์และเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ เช่นเดียวกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ ซาอุดีอาระเบียแย้งว่า ทุกประเทศควรได้รับสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นเดียวกับที่ประเทศอื่นๆ เคยทำมาแล้วในอดีต
ข้อตกลงสุดท้ายซึ่งมีชื่อว่า มูติรัง หรือ Mutirão ที่หมายความว่า ความร่วมมือกันของชุมชนในภาษาโปรตุเกส เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เร่งดำเนินการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยสมัครใจ
การประชุมครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้ส่งคณะผู้แทนมาเข้าร่วม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐจะถอนตัวออกจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นข้อตกลงสำคัญเมื่อปี 2015 ที่กำหนดให้ประเทศต่างๆ ต้องดำเนินการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกครั้ง โดยทรัมป์เคยกล่าวหาว่าวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องหลอกลวง
การประชุม COP30 ที่กินเวลานาน 2 สัปดาห์เป็นไปอย่างโกลาหล บางครั้งห้องน้ำไม่มีน้ำใช้ พายุฝนฟ้าคะนองทำให้พื้นที่จัดงานเกิดน้ำท่วม และผู้แทนต้องรับมือกับห้องประชุมที่ทั้งร้อนและชื้น ทั้งยังเกิดไฟไหม้ใหญ่ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่เผาหลังคาจนเป็นรูและทำให้ผู้เข้าร่วมงานต้องวิ่งหนีตายออกมาจากอาคารกันอลหม่าน
คณะผู้แทนกว่า 50,000 คนที่ลงทะเบียนเข้าร่วม COP30 ต้องอพยพถึง 2 ครั้ง หลังกลุ่มผู้ประท้วงราว 150 คนบุกเข้าไปภายในพื้นที่จัดงาน ฝ่าฝืนแนวรักษาความปลอดภัย และถือป้ายเขียนว่า “ป่าของเราไม่ใช่สินค้าที่เอาไว้ขาย”

