ทรัมป์ชูสัมพันธ์ ‘สหรัฐ–จีน’ สุดแข็งแกร่ง หลังถกสี จ่อเยือนจีน เม.ย.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยกย่องความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนว่า มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เมื่อวันจันทร์ หลังการสนทนาทางโทรศัพท์หารือกับผู้นำจีนเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งประธานาธิบดีสีได้ย้ำกับทรัมป์ว่า “การกลับคืนสู่จีนของไต้หวัน” เป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์ของจีนต่อระเบียบโลก
การโทรศัพท์หารือของสองผู้นำครั้งนี้ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าจากทั้งสองฝ่าย โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการพบปะกันครั้งแรกของทั้งคู่ที่เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองประเทศได้บรรลุกรอบข้อตกลงด้านการค้า แม้จะยังไม่บรรลุข้อลงฉบับสมบูรณ์ก็ตาม
จีนกำลังเผชิญวิกฤตการทูตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ หลังนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวตอบคำถามในรัฐสภาต้นเดือนพฤศจิกายนว่า หากจีนโจมตีไต้หวันซึ่งปกครองแบบประชาธิปไตย ก็อาจกระตุ้นให้ญี่ปุ่นต้องตอบโต้ทางทหาร
สำนักข่าวซินหัวของจีนอ้างคำพูดของประธานาธิบดีสีว่า จีนและสหรัฐเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เพื่อต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์และลัทธิทหารนิยม และบัดนี้ควรจะร่วมมือกันเพื่อปกป้องผลลัพธ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสียังเสริมว่า การกลับคืนสู่จีนของไต้หวันเป็นส่วนสำคัญของระเบียบโลกหลังสงคราม
ทั้งนี้ จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเข้าควบคุม ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างของจีน และระบุว่า มีเพียงประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้นที่จะสามารถกำหนดอนาคตของไต้หวันได้
ทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงไต้หวันในโพสต์บน Truth Social ที่เขาบรรยายถึงการหารือครั้งนี้ว่า เป็นการพูดคุยที่ดีมากกับสี ทั้งคู่หารือกันในหลายประเด็น รวมถึงยูเครน เฟนทานิล และสินค้าเกษตรของสหรัฐ
“ความสัมพันธ์ของเรากับจีนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง! การโทรครั้งนี้เป็นการติดตามผลจากการพบปะที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในเกาหลีใต้เมื่อสามสัปดาห์ก่อน นับแต่นั้นมา ทั้งสองฝ่ายก็ดำเนินการให้ข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้มีความคืบหน้า ปรับให้เป็นปัจจุบัน และปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้อย่างถูกต้อง” ทรัมป์กล่าว
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาได้ตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีสีให้เดินทางเยือนปักกิ่งในเดือนเมษายน และยังได้เชิญสีเยือนสหรัฐในช่วงปลายปีด้วย
แคโรไลน์ เวลิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านการค้า และใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เราพอใจกับสิ่งที่เราเห็นจากจีน และจีนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
หลังจากความตึงเครียดด้านการค้าหลายเดือนที่ปะทุจากมาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์ ทั้งคู่ได้บรรลุกรอบข้อตกลงที่เกาหลีใต้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม โดยวอชิงตันตกลงจะไม่เก็บภาษี 100% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน และจีนจะชะลอการออกมาตรการควบคุมใบอนุญาตส่งออกสำหรับแร่แรร์เอิร์ธและแม่เหล็กที่สำคัญ
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐสหรัฐ กล่าวว่า เขาหวังว่าข้อตกลงสุดท้ายเกี่ยวกับแร่ธาติหายาก (แรร์เอิร์ธ) จะเสร็จสิ้นก่อนวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้
ด้านจีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ และระงับข้อจำกัดในการส่งออกแรร์เอิร์ธ ขณะที่สหรัฐลดภาษีนำเข้าจากจีนลง 10% แลกกับคำมั่นของปักกิ่งว่าจะช่วยควบคุมการสารเคมีที่ใช้ผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ “เฟนทานิล” ไปยังอเมริกาเหนือ
ประธานาธิบดีสีระบุว่าความสัมพันธ์จีน–สหรัฐมีเสถียรภาพและดีขึ้นตั้งแต่การพบกันครั้งก่อน ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ขณะที่การเผชิญหน้าจะส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่ายเช่นกัน พร้อมกับเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศรักษาแรงส่งเชิงบวกนี้ไว้
ประธานาธิบดียังย้ำด้วยว่า จีนสนับสนุนทุกความพยายามทุกวิถีทางที่จะนำไปสู่สันติภาพในยูเครน
รายละเอียดการหารือของจีนหลังการโทรศัพท์ของผู้นำทั้งคู่ได้เน้นย้ำถึงไต้หวัน ซึ่งไม่ปรากฏในถ้อยแถลงหลังการพบกันที่เกาหลีใต้ ทรัมป์เคยกล่าวหลังการพบปะว่า ทั้งคู่ไม่ได้พูดถึงไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ปักกิ่งหยิบยกขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอว่าเป็น “เส้นแดง” ในความสัมพันธ์กับวอชิงตัน อย่างไรก็ดีไม่กี่สัปดาห์ต่อมา สหรัฐก็อนุมัติการขายอาวุธมูลค่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับไต้หวัน

