รัสเซียถล่มเคียฟ ขณะเซเลนสกีเดินหน้าถก ‘แผนสันติภาพ’ มะกัน-ยุโรป
รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนในช่วงเช้ามืดวันที่ 25 พฤศจิกายน ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก
วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า อาคารที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในเขตเปเชอร์สค์ใจกลางกรุงเคียฟ และอีกแห่งในเขตดนิโปรฟสกี ทางตะวันออกของเมืองได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ภาพวิดีโอที่โพสต์บนเทเลแกรมแสดงให้เห็นเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ลุกลามหลายชั้นของอาคารสูง 9 ชั้นในเขตดนิโปรฟสกี ติโมร์ ทคาเชนโก หัวหน้าการบริหารกรุงเคียฟกล่าวว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย
กระทรวงพลังงานของยูเครนระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตี แต่ไม่ได้ระบุประเภทหรือความเสียหายโดยละเอียด
การโจมตีของรัสเซียครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังการหารือระหว่างผู้แทนสหรัฐและยูเครนในนครเจนีวาเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับแผนสันติภาพที่สหรัฐและรัสเซียเป็นผู้ประสานงาน โดยโอเล็กซานเดอร์ เบฟซ์ ผู้แทนจากฝ่ายยูเครน ให้สัมภาษณ์ว่า การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์มาก และทั้งสองฝ่ายสามารถหารือกันได้ในเกือบทุกประเด็น
ขณะที่ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียยังไม่ได้เห็นแผนฉบับปรับปรุงนี้
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า แผนสันติภาพที่อยู่ระหว่างหารือกับสหรัฐและยุโรปขณะนี้ได้รวมเอาประเด็นที่ถูกต้องไว้แล้ว แต่ในส่วนของประเด็นที่อ่อนไหวจะต้องหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐต่อไป
เซเลนสกีกล่าวในคำปราศรัยวิดีโอประจำคืนว่า “จนถึงตอนนี้ หลังจากการหารือที่เจนีวา จำนวนประเด็นน้อยลง ไม่ใช่ 28 ข้ออีกแล้ว และมีองค์ประกอบที่ถูกต้องหลายข้อที่ถูกรวมไว้ในกรอบนี้แล้ว
“ทีมของเราได้รายงานร่างขั้นตอนใหม่ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องจริงๆ ส่วนประเด็นที่อ่อนไหวที่สุด ผมจะหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์” เซเลนสกีกล่าว และว่า กระบวนการจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์จะเป็นเรื่องยาก และยูเครนก็ซาบซึ้งในความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ รวมถึงแนวทางที่สร้างสรรค์ของสหรัฐ
เซเลนสกีกล่าวว่า รัสเซียจะขัดขวางกระบวนการสันติภาพ และเตือนให้ชาวยูเครนใส่ใจสัญญาณเตือนภัยทางอากาศเป็นพิเศษในอีกไม่กี่วันและสัปดาห์ข้างหน้า เพราะเรารู้ดีว่าเรากำลังรับมือกับใคร
“หากการเจรจาดำเนินไปเพื่อยุติสงคราม ต้องไม่มีขีปนาวุธ ไม่มีการโจมตีครั้งใหญ่ใส่ยูเครนและประชาชนของเรา และนี่คือสิ่งที่ผู้มีอำนาจในโลกสามารถทำให้เกิดขึ้นได้” เซเลนสกีกล่าว

