บัวแก้วเผย AOT ยันเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ‘สีหศักดิ์’ บินแจงภาคีออตตาวา
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับกรณีที่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทุ่นระเบิดที่ถูกฝังอยู่ในบริเวณเขตแดนของประเทศไทย และเรื่องการสำรวจและปักหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 42-47 ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว
นายนิกรเดชระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน กระทรวงการต่างประเทศออกข่าวสารนิเทศเรื่องผลการตรวจสอบของคณะ AOT ต่อเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ในพื้นที่ภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคณะ AOT ประจำประเทศไทยยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN2 ที่ถูกฝังใหม่ นอกจากนี้ AOT ตรวจสอบพิกัดทุ่นระเบิดด้วยระบบจีพีเอสบนโทรศัพท์มือถือ ร่วมกับแผนที่ภูมิประเทศอย่างเป็นระบบ พบว่าทุกตำแหน่งของทุ่นระเบิดอยู่ในแขตดินแดนของไทย
นายนิกรเดชกล่าวว่า การที่ฝ่ายไทยจัดให้ AOT ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างรวดเร็วภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสของฝ่ายไทยที่เปิดให้กลไกอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง บนพื้นฐานทางของหลักวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ
สำหรับกรณีที่กัมพูชาออกมาแก้ต่างและปฏิเสธผลการตรวจสอบที่ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ นายนิกรเดชเน้นย้ำว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าวเป็นของกลไกอิสระ ซึ่งมาจากการประเมินองค์ประกอบและสภาพแวดล้อมต่างๆ ของคณะ AOT ประจำประเทศไทย จนได้ข้อสรุปว่า ทุ่นระเบิดดังกล่าวเพิ่งถูงฝังในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุด ไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่าที่ยังตกค้างตามที่ฝ่ายกัมพูชาออกมากล่าวอ้างแต่อย่างใด
นายนิกรเดชยังระบุถึงเรื่องการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 42-47 ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นการดำเนินการตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคมที่ผ่านมาที่จังหวัดจันทบุรี โดยมีการบินโดรนถ่ายภาพเพื่อให้เห็นสภาพภูมิประเทศล่าสุด และใช้ภาพนี้เป็นแนวทางในการเดินสำรวจและปักหมุดชั่วคราว ซึ่งนายนิกรเดชกล่าวว่า แนวของหมุดชั่วคราวดังกล่าวไม่ถือเป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศ แต่เป็นเพียงการแสดงแนวอ้างสิทธิ์ตามความเห็นของแต่ละฝ่ายเพื่อใช้ประกอบการหารือภายใต้กลไกของ JBC ต่อไป โดยการกำหนดแนวเขตแดนระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันใน JBC และได้รับความเห็นชอบตามกระบวนการทางกฎหมายภายในของตนแล้วเท่านั้น
นายนิกรเดชกล่าวว่า เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการปักหมุดชั่วคราวแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละฝ่ายจะดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวกับการปรับการถือครองที่ดินในพื้นที่ของตน ภายใต้กรอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนภายในของแต่ละประเทศ และจะไม่กระทบต่อเขตแดนไทย-กัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด
นายนิกรเดชยังกล่าวด้วยว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลหรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในที่ประชุมดังกล่าว นายสีหศักดิ์จะกล่าวถ้อยแถลงในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 (Article 8) ของอนุสัญญาเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของไทยในการดำเนินการตามอนุสัญญา ที่โดยนายสีหศักดิ์จะแจ้งถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของประเทศกัมพูชาในการลักลอบวางทุ่นระเบิด ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อีกทั้งจะมีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวและแสดงจุดยืนของไทย ที่จะยึดมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาต่างๆ รวมถึงอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายด้านสิทธิมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

