หน้าแรก ต่างประเทศ วิจัยชี้ ปักก...

วิจัยชี้ ปักกิ่งลุยปราบทุจริต ทำบ.อาวุธจีนรายได้วูบ สวนทางรายได้บ.ค้าอาวุธทั่วโลกปี 2024 ทุบสถิติ

1.12.25 | 11:00 น.
ภาพรอยเตอร์

วิจัยชี้ ปักกิ่งลุยปราบทุจริต ทำบ.อาวุธจีนรายได้วูบ สวนทางรายได้บ.ค้าอาวุธทั่วโลกปี 2024 ทุบสถิติ

รายงานวิจัยจัดทำโดยสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม(SIPRI) เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พบว่า รายได้ของบริษัทด้านการทหารยักษ์ใหญ่ของจีนลดลงในปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตอย่างกว้างขวางของทางการจีน ที่ส่งผลให้การทำสัญญาและการจัดซื้ออาวุธล่าช้าลง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ของบริษัทผลิตอาวุธและบริการทางทหารทั่วโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสงครามยูเครนและสงครามกาซา ท่ามกลางความตึงเครียดในระดับโลกและระดับภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น

นายหนาน เทียน ผู้อำนวยการโครงการงบประมาณทางทหารและการผลิตอาวุธของ SIPRI กล่าวว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตจำนวนมากในกระบวนการจัดหาอาวุธของจีน ทำให้สัญญาจัดซื้ออาวุธสำคัญหลายฉบับต้องถูกเลื่อนหรือยกเลิกไปในปี 2024 สิ่งนี้ยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะของความพยายามในการทำให้กองทัพจีนทันสมัย

จากผลวิจัยของ SIPRI พบว่า รายได้ของบริษัท AVIC ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุดของจีน บริษัท Norinco ผู้ผลิตระบบภาคพื้นดิน และ บริษัท CASC ผู้ผลิตอากาศยานและขีปนาวุธ ซึ่งล้วนเป็นของภาครัฐนั้นลดลง โดย Norinco มีรายได้ลดลงมากที่สุด ซึ่งลดลง 31% เหลืออยู่ที่ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่พัวพันกับการทุจริตในระดับสูงสุดของบริษัท Norinco และ CASC ได้กระตุ้นให้รัฐบาลจีนทบทวนและชะลอโครงการจัดซื้อต่างๆ ขณะที่การส่งมอบเครื่องบินทหารของ AVIC ก็ได้ชะลอตัวลง

ข้อมูลของ SIPRI ระบุอีกว่า รายได้ของบริษัททหารชั้นนำของจีนโดยรวมลดลง 10% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่รายได้ของบริษัทในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 40% เยอรมนี 36% และ ในสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.8% หากรวมรายได้ของบริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่ที่สุด 100 แห่งทั่วโลก เพิ่มขึ้น 5.9% มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 670,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การลดลงของจีนนั้นมากเพียงพอที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนีย เป็นภูมิภาคเดียวที่รายได้ของบริษัทผลิตอาวุธชั้นนำลดลง

Advertisement

ทั้งนี้ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการปราบปรามการทุจริตในวงกว้างตามคำสั่งของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในปี 2012 ก่อนจะขยายไปถึงระดับสูงในปี 2023 เมื่อกองกำลังจรวดของ PLA ตกเป็นเป้าหมาย เฉพาะในเดือนตุลาคมปีนี้ มีนายพลระดับสูง 8 นายที่ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งรวมถึงนายพลเหอ เว่ยตง ผู้นำทหารหมายเลข 2 ของจีน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการทหารกลาง อันเป็นหน่วยบัญชาการทหารสูงสุดภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี

นักการทูตเอเชียและตะวันตก กล่าวว่า พวกเขายังคงพยายามจะประเมินผลกระทบของการปราบปรามการทุจริตที่มีต่อการขยายอำนาจทางทหารอย่างต่อเนื่องของกองทัพจีนและดูว่ามีลึกลงไปในสายการบังคับบัญชามากเพียงใด

อย่างไรก็ดี การทบทวนและชะลอโครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากการปราบปรามทุจริต จะส่งผลกระทบต่อความพยายามปรับปรุงกองทัพ โดยนายเสี่ยว เหลียง นักวิจัยประจำ SIPRI กล่าวว่า ไทม์ไลน์ของระบบยุทโธปกรณ์ขั้นสูงสำหรับกองกำลังจรวดของ PLA ซึ่งดูแลคลังแสงขีปนาวุธทิ้งตัว ไฮเปอร์โซนิก และขีปนาวุธร่อนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น อาจได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับโครงการด้านอวกาศและไซเบอร์ เรื่องนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเป้าหมายของ PLA ที่ต้องการให้ขีดความสามารถสำคัญและความพร้อมรบอยู่ในระดับที่ต้องการภายในวาระการฉลองครบรอบ 100 ปีของ PLA